TMA ชี้ IMD ให้น้ำหนัก Rule of Law มากขึ้น แต่ไทยรั้งท้ายอันดับโลก

21.06.26 | 03:09 น.

TMA ชี้ IMD ให้น้ำหนัก Rule of Law มากขึ้น แต่ไทยรั้งท้ายอันดับโลก

  • Rule of Law ไทยอันดับ 57

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวว่า แม้อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันโลกของไทยจาก IMD World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute of Management Development (IMD) เปิดเผยว่า ไทยขยับขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 26 จาก 70 ประเทศ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญที่ถูกสะท้อนผ่านการจัดอันดับต่อเนื่องหลายปี ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งในปี 2569 IMD ให้ความสำคัญกับ “Rule of Law” มากขึ้น เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเศรษฐกิจหรือต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของภาครัฐ กฎหมายที่มีความชัดเจน และการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ

ธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
ธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)

นายธีรนันท์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ไทยมีคะแนน Rule of Law เพียง 53.26 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 57 จาก 70 ประเทศ ขณะที่ตัวชี้วัดด้านกรอบกฎหมายและกฎระเบียบได้ 5.20 คะแนน อยู่อันดับ 41 ของโลก ส่วนด้านความโปร่งใสได้ 4.02 อยู่อันดับ 51 และตัวชี้วัดด้านคอร์รัปชันได้ 2.46 อยู่ในอันดับ 52 สะท้อนว่าปัญหาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อภาครัฐยังเป็นข้อจำกัดสำคัญของประเทศ ขณะที่สิงคโปร์ มีคะแนน Rule of Law อยู่ที่ 81.60 คะแนน อยู่อันดับ 16 ของโลก ขณะที่ด้านกรอบกฎหมายและกฎระเบียบอยู่อันดับ 1 ของโลก ได้ 7.94 คะแนน ด้านความโปร่งใสอยู่อันดับ 1 ของโลก ได้ 8.00 คะแนน และด้านคอร์รัปชันอยู่อันดับ 2 ของโลก ได้ 8.12 คะแนน ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

“ประเทศที่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ ไม่ใช่เพียงแค่ประกาศนโยบาย แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายกับทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค เราเห็นตัวอย่างจากหลายประเทศที่ดำเนินการอย่างจริงจังจนสามารถยกระดับความเชื่อมั่นได้” นายธีรนันท์ กล่าว

  • ความท้าทายใหญ่ปี 69

นายธีรนันท์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่น่าห่วงคือความสามารถในการปรับตัวของภาครัฐ โดยไทยได้คะแนน Government Adaptability เพียง 4.33 คะแนน อยู่อันดับ 43 ของโลก ขณะที่สิงคโปร์อยู่อันดับ 2 และเวียดนามอยู่อันดับ 8 สะท้อนว่าประเทศคู่แข่งสามารถปรับนโยบายและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่าไทย แม้ปัจจัยย่อยด้านกรอบการบริหารภาครัฐ (Institutional Framework) จะขยับขึ้น 3 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 46 จากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ดีขึ้นในหลายด้าน แต่ตัวชี้วัดสำคัญอย่าง Rule of Law ลดลง 7 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 57 ขณะที่กรอบกฎหมายและกฎระเบียบ รวมถึงปัญหาระบบราชการ ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

Advertisement
ธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
ธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)

นายธีรนันท์ กล่าวว่า ความท้าทายใหญ่ในปี 2569 มองว่าไทยยังต้องเผชิญทั้งปัจจัยภายนอกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม ทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการใหม่ และจำนวนประชากรวัยแรงงานที่ลดลง จึงเสนอให้เร่งรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมขั้นสูง ส่งเสริมการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับผลิตภาพ ตลอดจนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับกับความท้าทายใหม่ ขณะที่ปัจจัยสำคัญของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และสวิตเซอร์แลนด์ คือความเข้มแข็งของสถาบันและความเชื่อมั่นที่ทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถวางแผนและตัดสินใจลงทุนระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขในระยะยาว