กสทช.ถกเข้ม แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ -นัดต่อ 22 มิ.ย. ก่อนเคาะแผนอุตฯโทรทัศน์หลังปี 72
- ถกเข้มแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ
นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด กสทช. ว่า ที่ประชุมได้กลับมาพิจารณาร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) อีกครั้ง หลังวาระดังกล่าวค้างการพิจารณามานานกว่า 2 ปี โดยประเด็นอยู่ที่การส่งเสริมให้เกิด “ National Streaming Platform” หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงรายการโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต และเพิ่มจำนวนผู้ชม (Viewer) เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และแพลตฟอร์มต่างประเทศมากขึ้น

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องคิดถึงผลดีผลเสีย รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นว่าใครควรเป็นผู้แบกรับ และวิธีดำเนินการอีกหลายอย่าง เราตั้งใจอยากให้มีผู้ชมมากขึ้น อยากเห็นทีวีอัตลักษณ์ไทย มีผู้ผลิตคุณภาพ สร้างคอนเทนต์ไทย และให้ประชาชนรับชมทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ โดยการส่งเสริมให้มีผู้ชมเพิ่มขึ้นจะต้องไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการ เพราะหากต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นข้อจำกัดในการวางแผนธุรกิจ” นายสรณ กล่าว
- นัดถกต่อ 22 มิ.ย. ก่อนเคาะแผนหลังปี 72
นายสรณ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการจัดตั้ง “แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ” ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ในเมื่อผู้ประกอบการทีวีต่างก็มีแพลตฟอร์มของตัวเองอยู่แล้ว และหากจัดตั้งขึ้นจะมีความยั่งยืนเพียงใดนั้น สำนักงาน กสทช. ได้เสนอแนวทางไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การจัดทำแพลตฟอร์มใหม่ การใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว และการปรับปรุงหลักเกณฑ์กำกับดูแล โดยคณะทำงานเสนอให้ใช้แนวทางที่สองและสามควบคู่กัน อย่างไรก็ตาม กรรมการ กสทช.ยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรมีแพลตฟอร์มดังกล่าวเพื่อรักษาอธิปไตยทางข้อมูลข่าวสารและส่งเสริมคอนเทนต์ไทย ขณะที่อีกฝ่ายกังวลเรื่องความคุ้มค่า การแข่งขันในระยะยาว และความสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป และจะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในการประชุมวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นี้ ก่อนเดินหน้าพิจารณาแผนที่นำทาง (Roadmap) อุตสาหกรรมโทรทัศน์ภายหลังปี 2572 ต่อไป
ทั้งนี้ กสทช.ตั้งเป้าสรุปการพิจารณาแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยอาจมีการประชุมเพิ่มเติมในวันที่ 22 และ 25 มิถุนายน 2569 นี้



