กรมเจรจาฯ ลุยโคราช เดินหน้าสร้างโอกาสประกอบการไทย พร้อมเตรียมใช้ประโยชน์จาก FTA ทำการค้าการลงทุนในแคนาดา
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดสัมมนาเรื่อง “โอกาสตลาดอเมริกาเหนือ ผ่าน FTA อาเซียน-แคนาดา” เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าการเจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา (ASEAN-Canada Free Trade Agreement: ACAFTA) และเตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลง ซึ่งกรมได้เชิญวิทยากรจากภาครัฐและภาคเอกชนที่มากประสบการณ์ ร่วมเสวนาถึงโอกาส ความท้าทาย อีกทั้งกลยุทธ์การเจาะตลาดแคนาดา และแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปีหน้า โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 70 คน จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร และประชาชนทั่วไป
นางสาวโชติมา กล่าวว่า ปัจจุบัน FTA ของไทยครอบคลุมการค้าประมาณ 60% ของการค้าไทยกับโลก ความตกลง ACAFTA ถือเป็นความตกลงฉบับแรกของไทยที่ทำกับประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจากการลดอุปสรรคทางการค้า ทั้งมาตรการภาษีและมิใช่ภาษี และสร้างทางเลือกใหม่ในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป ซึ่งมีการเติบโตสูงในตลาดแคนาดาที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ ความตกลง ACAFTA ได้ครอบคลุมทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างกฎเกณฑ์ทางการค้าที่มีความโปร่งใส และคาดการณ์ได้ในการเข้าสู่ตลาดแคนาดา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
การสัมมนาครั้งนี้ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้สะท้อนมุมมองร่วมกันว่า แม้จะมีข้อจำกัดด้านระยะทางและเวลาที่แตกต่างกัน แต่แคนาดาเป็นตลาดกำลังซื้อสูงที่เป็นโอกาสทางการค้าในสินค้าและบริการของไทย และการขยายความร่วมมือโดยเฉพาะในสาขาที่แคนาดามีความเชี่ยวชาญได้อีกมาก อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม (ข้าว อาหารทะเลแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน ผลไม้กระป๋อง ไอศกรีมผลไม้ ของทานเล่นเพื่อสุขภาพ) ธุรกิจสปาและสุขภาพ (Wellness) ดิจิทัลคอนเทนต์และเกมออนไลน์ พลังงานสะอาด และบริการวิชาชีพ (วิศวกร สถาปนิก) ดังนั้น ผู้ประกอบการควรศึกษาจุดเด่นของสินค้าและความต้องการของผู้บริโภคแคนาดาอย่างรอบด้าน เนื่องจากแคนาดามีสาขาธุรกิจและอุตสาหกรรม จึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพมาตรฐาน และสร้างความแตกต่างจากสินค้าคู่แข่ง รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจในระยะยาว
นอกจาก FTA อาเซียน-แคนาดา ไทยยังเดินหน้าแผนเปิดการเจรจา FTA ไทย-แคนาดา ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะช่วยต่อยอดโอกาสการค้าจากความตกลง ACAFTA ซึ่งขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อเสนอกรอบการเจรจาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถเปิดการเจรจาได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก FTA และการขยายตลาดต่างประเทศได้จากหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ทั้งนี้ ในปี 2568 การค้าระหว่างไทยและแคนาดา มีมูลค่า 3,915.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 21.44 โดยไทยส่งออกไปแคนาดา มูลค่า 2,587.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 21.25 และไทยนำเข้าจากแคนาดา มูลค่า 1,327.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 21.82 สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว และผลิตภัณฑ์ยาง และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ปุ๋ย และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

