หน้าแรก เศรษฐกิจ TDRI มอง‘ไทยแ...

TDRI มอง‘ไทยแลนด์ฟาสต์พาส’ ดึงดูดนักลงทุน-หนุนศก.โตเร็ว แต่ต้องสร้างประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ

22.06.26 | 23:50 น.

TDRI มอง‘ไทยแลนด์ฟาสต์พาส’ ดึงดูดนักลงทุน-หนุนศก.โตเร็ว แต่ต้องสร้างประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ

หมายเหตุ: สัมภาษณ์นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีเตรียมคิกออฟ โครงการ”ไทยแลนด์ฟาสต์พาส” ในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นี้

จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมคิกออฟโครงการ “ไทยแลนด์ฟาสต์พาส” ในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อปลดล็อกอุปสรรคและเร่งรัดการลงทุนทั้งโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ยังค้างอยู่ในระบบ รวมถึงดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เข้าสู่ประเทศไทยนั้น โดยหลักการถือเป็นเรื่องที่เห็นด้วย และเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว เนื่องจากปัญหาที่ผ่านมาคือ แม้ผู้ประกอบการจะได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอแล้ว แต่ยังต้องเผชิญขั้นตอนทางกฎหมายของภาครัฐที่มีความซับซ้อน อีกทั้งการประสานหน่วยงาน การจัดหาน้ำ ไฟฟ้า หรือการจัดการเรื่องที่ดิน ทำให้การลงทุนจริงเกิดขึ้นล่าช้า

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของ โครงการ”ไทยแลนด์ฟาสต์พาส”ไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงินการลงทุน แต่เป็นการลดระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งหากมีโครงการมาลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท ปกติอาจต้องใช้เวลาประมาณ 18 เดือนกว่าจะเริ่มลงทุนได้จริง แต่เมื่อมีระบบ “ไทยแลนด์ฟาสต์พาส” ก็อาจทำให้ระยะเวลาสั้นลง 20-50% หรือเหลือเพียง 9 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งแม้มูลค่าการลงทุนจะเท่าเดิม แต่การที่เม็ดเงินลงสู่ระบบได้เร็วขึ้น ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็วขึ้นตามไปด้วย เพราะ“ถ้าลงทุนเร็ว เศรษฐกิจก็โตเร็วแค่นั้นเอง”

นอกจากนี้ สำหรับด้านขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยหากเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียนั้น แม้โครงการ”ไทยแลนด์ฟาสต์พาส”ทำให้การลงทุนรวดเร็วขึ้น ช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการดึงดูดนักลงทุนได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากยังมีเรื่องของแพ็กเกจส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน การสร้างซัพพลายเชนและองค์ความรู้ ตลอดจนความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา กระทรวงที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันของประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะมีข้อดีในการลดระยะเวลาในการดำเนินการ ทำให้การลงทุนเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ การเร่งรัดขั้นตอนมากเกินไปอาจนำไปสู่ความผิดพลาดได้ เนื่องจากที่ผ่านมา ในหลายกรณี ความล่าช้าเกิดจากการต้องพิจารณาผลกระทบหรือความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบด้าน จึงจำเป็นต้องติดตามว่าการเร่งรัดนี้จะมีมาตรการรองรับผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด เพราะหากทำได้เร็วและมีคุณภาพก็จะเป็นผลดี แต่หากทำเร็วโดยขาดความรอบคอบ ก็อาจสร้างปัญหาตามมาได้

Advertisement

ขณะเดียวกัน หากการผลักดันโครงการดังกล่าวดำเนินการในระดับนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ก็จะมีอำนาจในการประสานงานกับทุกกระทรวงมากกว่าการขับเคลื่อนโดยหน่วยงานเดียวอย่างบีโอไอ ทำให้การผลักดันมาตรการต่างๆ มีโอกาสสำเร็จได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนก็ตาม

ทั้งนี้ หาก โครงการ”ไทยแลนด์ฟาสต์พาส” ถูกผลักดันโดยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ก็จะมีอำนาจในการประสานงานกับทุกกระทรวงมากกว่าการขับเคลื่อนโดยหน่วยงานเดียวอย่าง บีโอไอ เพราะทำให้การผลักดันมาตรการต่างๆ มีโอกาสสำเร็จได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมองภาพรวมในระดับมหภาค เพราะหากเปิดทางให้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาลงทุนได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ไม่มีการวางแผนรองรับด้านพลังงานและทรัพยากรน้ำให้เพียงพอ ก็อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอื่นและประชาชนในวงกว้างได้ จึงควรมีการบริหารจัดการในภาพรวมควบคู่ไปกับการเร่งรัดการลงทุน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายและสำคัญที่สุดของโครงการนี้คือ หากเมื่อมีการลงทุนเข้ามาแล้วประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อะไรกลับมา เพราะหากเข้ามาลงทุนแล้วประเทศได้เพียงค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าเช่าที่ดิน โดยไม่ได้เกิดการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ ก็อาจไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ แม้นักลงทุนที่เข้ามาจะมีการจ้างงานคนไทยอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากเม็ดเงินลงทุนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย การสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจไทย เพื่อให้การลงทุนที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการเข้ามาใช้ทรัพยากรของประเทศ แต่ต้องสามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยได้

ดังนั้น รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการทำให้การลงทุนเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทย สร้างประโยชน์ต่อธุรกิจไทยและประชาชนคนไทยให้มากที่สุด ซึ่งความเร็วก็เป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นพร้อมกันก็คือ การลงทุนที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจไทย คนไทย และทำยังไงให้เราได้ประโยชน์สูงที่สุด