ธนารักษ์ จับมือเซ็น MOU 4 หน่วยงาน เดินหน้าโครงการ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ยั่งยืน’ นำร่อง Sandbox บึงบอระเพ็ด
ที่กรมธนารักษ์ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่และอำนาจในการปกครองดูแล และบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้แก่ราษฎร โดยจัดให้ราษฎรที่ถือครองที่ราชพัสดุอยู่ก่อนวันที่ 4 ตุลาคม 2546 เช่าที่ราชพัสดุภายใต้โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ในอัตราผ่อนปรน ผ่านกลไกการจัดให้เช่าของกรมธนารักษ์ตามกฎหมายที่ราชพัสดุ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มคุณภาพชีวิตด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน มาอย่างต่อเนื่องตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน
นายอัครุตม์ กล่าวว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า การมอบสิทธิการเช่าเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอในการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในระยะยาว กรมธนารักษ์จึงได้ริเริ่มโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ยั่งยืน” โดยกำหนดให้มีพื้นที่นำร่องในลักษณะ Sandbox ณ ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ นว.339 (บึงบอระเพ็ด) จังหวัดนครสวรรค์ เป็นโครงการต้นแบบในการสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน”
นายอัครุตม์ กล่าวว่า สำหรับในการดำเนินโครงการได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน และเป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ยั่งยืน ร่วมกันในวันนี้ ระหว่างกรมธนารักษ์ กับ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อพัฒนาและต่อยอดให้ผู้เช่าที่ราชพัสดุเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการขั้นพื้นฐาน อาทิ การออกใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน การออกเลขที่บ้าน ระบบประปา และไฟฟ้า รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป
“ภาพรวมการให้สัญญาเช่าที่ดินของรัฐที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 ครอบคลุมประชาชนราว 180,000 ครัวเรือน ปัจจุบันยังเหลือผู้ที่ต้องดำเนินการรับเอกสารสิทธิ์อีกประมาณ 20,000 ราย ขณะนี้กรมธนารักษ์จะทยอยลงพื้นที่ทำความเข้าใจและเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับเอกสารสิทธิ์ เนื่องจากการมีเอกสารสิทธิ์จะสร้างความมั่นคงและก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าการไม่มีเอกสาร ทั้งนี้ ได้ตกลงร่วมกับกระทรวงการคลังตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี โดยจะเร่งออกเอกสารสิทธิ์ปีละประมาณ 5,000 ราย” นายอัครุตม์ กล่าว

