งานฝีมือฟีเวอร์ ศิลปหัตถกรรมไทยดึงดูดไทย-ต่างชาติ เล็งฟื้นป๊อปอัพสโตร์กลางกรุง
นายอนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยม SACIT ที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันเห็นถึงการตื่นตัวของทุกเจเนอเรชันต่องานศิลปหัตถกรรมไทย สะท้อนจากการจัดงาน Crafts Bangkok ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าได้ 194 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 80% จากการจัดงานปีก่อน และมีผู้เข้าชมกว่า 1.2 หมื่นคน รวมกับกิจกรรมต่างๆ แล้วสามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายรวม 296 ล้านบาท
นายอนุชา กล่าวว่า เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากในประเทศ ผลักดันงานหัตศิลป์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านการจัดนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมผ้าไทย เผยแพร่คุณค่าของผ้าไทย ชุดไทยพระราชนิยม และงานหัตถศิลป์ไทยสู่สายตานานาชาติ เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีโลก และสนับสนุนการผลักดันชุดไทยพระราชนิยม สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ต่อยูเนสโกในอนาคต
นายอนุชา กล่าวว่า สถาบันจะเดินหน้ายกระดับบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยของภูมิภาคอาเซียน และอาเซียนพลัส (ASEAN Plus) ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและขับเคลื่อนงานหัตถศิลป์สู่ความยั่งยืนในระดับสากลอย่างแท้จริง โดยเตรียมจัดงาน “SACIT Symposium 2026” วันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านงานเครื่องกระเบื้อง (Ceramic Craft) และงานเบญจรงค์ เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมกับการสร้างสรรค์ร่วมสมัย พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างช่างฝีมือ นักวิชาการ นักออกแบบ และพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายอนุชา กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย 4 เดือนแรกปี 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 303 ล้านบาท ตลาดหลัดคือ อินเดีย สหรัฐ จีน ขณะที่ตลาดโตโดดเด่น ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน และเนเธอร์แลนด์ ส่วนกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวสูงสุดคือ เครื่องประดับแท้ทำด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ โตถึง 894 % รองลงมา ได้แก่ ร่ม และดอกไม้ ใบไม้ และต้นไม้ประดิษฐ์ ด้านแผนงานปีงบประมาณปี 2570 นั้น SACIT ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 111 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเตรียมฟื้นพื้นที่จัดแสดงสินค้า(Pop-up Store) เพื่อแสดงและจำหน่ายสินค้าในเครือข่าย SACIT ตามห้างใหญ่กลางกรุงเทพฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้
“ประเด็นน่าห่วงของงานศิลปหัตถกรรมไทย คือ วัตถุดิบต้นน้ำลดลงเรื่อยๆ และยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเรื่อง อาทิ ยางรัก สำหรับงานลงรักปิดทอง หรือพันธุ์ไม้จำพวก กก อาทิ กระจูด หากจะให้งานหัตถกรรมไทยยั่งยืน จำเป็นต้องเร่งส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาและวิจัย เพื่อลดปัญหาวัตถุดิบน้อยลงเรื่อยๆ” นายอนุชา กล่าว

