หน้าแรก เศรษฐกิจ สุรศักดิ์ งัด...

สุรศักดิ์ งัดโคเพย์เมนต์เซอร์ไพรส์ท่องเที่ยว แจก 1 ล้านสิทธิคัมแบ๊กเป๋าตัง

24.06.26 | 06:01 น.

สุรศักดิ์ งัดโคเพย์เมนต์เซอร์ไพรส์ท่องเที่ยว แจก 1 ล้านสิทธิคัมแบ๊กเป๋าตัง

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงฯ เตรียมผลักดันโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศรูปแบบโคเพย์เมนต์ หรือรัฐช่วยจ่ายตามสัดส่วนที่กำหนด เบื้องต้นจะเป็นโครงการลักษณะเหมือนที่เคยทำไว้แล้ว ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน หรือเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่ให้สิทธิประชาชนใช้เดินทางท่องเที่ยว ผ่านการที่รัฐบาลช่วยสมทบค่าใช้จ่ายให้ตามที่กำหนด โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 ครอบคลุมระยะเวลาดำเนินโครงการประมาณ 8 เดือนจนถึงปี 2570 เป็นการนำระบบแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง กลับมาใช้ในโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกครั้ง เนื่องจากระบบมีความเสถียร ประชาชนคุ้นเคย และไม่ต้องเสียเวลาสร้างแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ใหม่ เพราะนโยบายของตัวเองชัดเจนมากว่า จะไม่มีการสร้างใหม่หากสามารถใช้ของเดิมที่ดีอยู่แล้วได้ ไม่เกี่ยวว่าจะเกิดขึ้นในรัฐบาลยุคใดก็ตาม

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จำนวนสิทธิที่จะให้ในโครงการนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะมีจำนวนสิทธิไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ แต่อาจกำหนดจำนวนสิทธิต่อคนที่ใช้ลดลง เพื่อให้สามารถกระจายตัวในการใช้สิทธิท่องเที่ยวได้มากขึ้น โดยมูลค่าการสนับสนุนของรัฐบาลอาจอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อสิทธิ หรืออาจมากกว่านั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด ส่วนงบประมาณที่ใช้จะมาจากงบกลางแทนการใช้เงินกู้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านวัตถุประสงค์ของเงินกู้ที่เน้นปรับโครงสร้างด้านพลังงานและเยียวยาผลกระทบจากสงคราม แต่คาดว่า จะใช้วงเงินเบื้องต้นประมาณ 3,000 ล้านบาท และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอสรุปชื่อโครงการอย่างเป็นทางการ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงแนวทางการบูรณาการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ขณะนี้การจัดทำร่างโครงสร้างมีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดด้านภารกิจ หน่วยงาน และการจัดสรรอัตรากำลังของทั้งสองกระทรวง คาดว่าจะสามารถดำเนินการในส่วนของร่างฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในหลักการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป โดยเชื่อว่า ยิ่งรวมยิ่งดี เพราะการท่องเที่ยวมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายด้าน ไม่สามารถทำอะไรเองได้ อาทิ กรมอุทยาน กรมทางหลวง กรมศิลปากร เพื่อให้การสั่งการและการแก้ปัญหาสถานที่ท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารจัดการภารกิจมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในส่วนของภาคการท่องเที่ยวจะประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ขณะที่ภาคกีฬาจะประกอบด้วยกรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ส่วนภารกิจที่มีความเชื่อมโยงระหว่างสองด้าน โดยเฉพาะสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะต้องพิจารณาแยกภารกิจและบุคลากรตามความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการขับเคลื่อนงาน

“การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านอำนาจในการดำเนินงาน การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้สามารถนำต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทย ทั้งอาหาร ประเพณี วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดช่องว่างในการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการท่องเที่ยวและกีฬา ทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลได้” นายสุรศักดิ์ กล่าว

Advertisement

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย หรือค่าเหยียบแผ่นดินนั้น ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อแน่นอน โดยอัตราเบื้องต้นจะอยู่ประมาณ 300 – 500 บาท เน้นจัดเก็บผ่านตั๋วเครื่องบิน (Air) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด โดยจะพัฒนาระบบให้สามารถแยกแยะพาสปอร์ตคนไทยออกจากการจัดเก็บเพื่อไม่ให้กระทบคนไทย เพราะวัตถุประสงค์หลักของกองทุนคือ เก็บเงินมาซื้อประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา และต้องครอบคลุมอุบัติเหตุที่ประกันจากประเทศต้นทางมักไม่คุ้มครองโดยเฉพาะอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ รวมถึงการนำเงินไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสุขามาตรฐานทั่วประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเร็วที่สุดช่วงต้นปี 2570