หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ ลุย T...

เอกนิติ ลุย Thailand FastPass ปั๊ม GDP ไทยโตเกิน 3% ดันขีดแข่งขันติด Top 20 โลกภายใน 4 ปี

23.06.26 | 23:24 น.

เอกนิติ ลุย Thailand FastPass ปั๊ม GDP ไทยโตเกิน 3% ขีดแข่งขันติด Top 20 โลกภายใน 4 ปี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)  โครงการ Thailand FastPass ซี่งเป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ 8 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการเซ็นอนุมัติการลงทุนทั้งหมด ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมศุลกากร, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.), การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.), การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินขั้นตอนอนุมัติต่าง ๆผ่านบีโอไอ ลงกว่า 20-50%

  • ให้ปีนี้เป็น Investment Lets Growth

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปีนี้การลงทุนอย่างบีโอไอจะเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ทั้งนี้จะเห็นว่าใน ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีตัวเลขจีดีพี โต 2.8% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนโต 10.1% ซึ่งเป็น double digit ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ Thailand FastPass ที่สร้างเม็ดเงินทะลุ 2 แสนล้าน หรือโตเกือบ 20% สิ่งที่จะทำต่อจากนี้คือการทำให้เป็นกิจลักษณะ มีการเซ็นMOU โดยวันนี้มีนักลงทุน 25 ราย ที่มีงบลงทุนเกิน 1 พันล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้น่าจะมีเม็ดเงินการลงทุนจากบีโอไออีก 7-8 แสนล้านบาท ซึ่งตรงกับนโยบายที่รัฐบาลจะทำให้ปีนี้ เป็นปีที่การเติบโตทางเศรษฐกิจนำด้วยการลงทุน หรือเรียกว่า Investment Lets Growth ตามเป้าหมายของกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก (Top 20) ภายใน 4 ปี หรือภายในปี 2573 และผลักดันให้ศักยภาพเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เกิน 3% จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 2.7%

  • ยิงปืนครั้งเดียวได้นก 5 ตัว

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับกลไก FastPass จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย 5 ด้าน มีดังนี้

  1. ฟื้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุน กระตุ้นสั้นด้วยเม็ดเงิน ส่งผลดีระยะยาวให้เศรษฐกิจเติบโต
  2. สร้างงานสร้างอาชีพใหม่ โครงการโตไว ช่วยเปิดตำแหน่งงานหลากสาขาในพื้นที่เร็วขึ้น
  3. ยกระดับทักษะและรายได้ นำเข้าความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ช่วยดันแรงงานไทยสู่悦งานรายได้สูง
  4. เพิ่มโอกาสให้ SME ไทย เชื่อมโยงทุนใหญ่เข้ากับผู้ผลิต ชิ้นส่วน และบริการในท้องถิ่น
  5. กระจายเงินหมุนเวียนชุมชน เม็ดเงินกระจายสู่ร้านค้า ที่พัก และบริการรอบพื้นที่ ช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้ จากการทำแบบจำลองประเมินได้ว่า เม็ดเงินลงทุนทุกๆ 1 แสนล้านบาท จะช่วยผลักดันให้ GDP โตขึ้นได้ประมาณ 0.3 – 0.4% โดยรัฐบาลกำลังพยายามผลักดันการลงทุนให้ไปถึงเป้าหมายระดับ 1 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

 

Advertisement