“ไทยช่วยไทย”สะพัดทะลุ 4 หมื่นล. ใช้สิทธิครบวงเงิน 9 ล้านคน ร้านค้ารอ1ก.ค.เติมพันบาทปั๊มยอดขาย
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยความการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการสาธารณะที่กำหนด อัตรา 60% แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จำนวน 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 ประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย ว่า
ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 40,672.06 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนที่ 1 เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 17,261.49 ล้านบาท ประกอบด้วย การใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 16,896.72 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) 364.77 ล้านบาท และส่วนที่ 2 เงินที่รัฐร่วมจ่าย 23,410.57 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 22,951.06 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายผ่าน Food Delivery Platform 459.51 ล้านบาท
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง แจ้งว่า ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการแล้วรวม 1,068,070 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 879,574 ร้าน และร้านค้าใหม่ 188,496 ร้าน ร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงภายใต้โครงการมีจำนวน 1,029,266 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าใหม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติอีก 3,560 ร้าน และร้านค้าที่อยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ (T&C) จำนวน 99,558 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 97,584 ร้าน และร้านค้าใหม่ 1,974 ร้านอย่างไรก็ดี ภายใต้โครงการมีประชาชนได้รับสิทธิเข้าร่วมแล้วจำนวน 26,040,623 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีประชาชนใช้จ่ายผ่านโครงการสำเร็จแล้ว 25,631,364 ราย ขณะเดียวกัน มีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท จำนวน 9,063,639 ราย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังมีสิทธิคงเหลือต้องใช่จ่ายให้ครบวงเงิน 1,000 บาท ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เนื่องจากวงเงืนคงเหลือจะไม่ทบไปรวมกับวงเงินใหม่ในเดือนถัดไป
ที่ จ.อุทัยธานี ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังจากเหลือเวลาอีกเพียง 3 วัน ก่อนที่รัฐบาลจะเติมวงเงินโครงการให้ประชาชนใช้สิทธิรอบที่ 2 ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปรากฏว่า ที่ร้านปิยะวัฒน์ มินิมาร์ท ร้านขายของชำขนาดใหญ่ ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิซื้อสินค้าบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
นางจงกล นิ่มพระยา อายุ 61 ปี เจ้าของร้านปิยะวัฒน์ มินิมาร์ท เปิดเผยว่า ร้านไม่คึกคักเหมือนช่วงต้นเดือน เนื่องจากประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสน่าจะใช้วงเงินที่ได้รับจนหมดไปแล้วตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ทำให้จำนวนลูกค้าที่มาใช้สิทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางร้านต่างเฝ้ารอวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลจะเติมวงเงินโครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบใหม่ให้แก่ประชาชน โดยคาดว่าจะทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคักอีกครั้ง และช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ส่วนที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท พบว่ายังคงมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ตามโครงการไทยช่วยใครพลัสกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่คึกคักเท่าช่วงแรก เนื่องจากหลายคนใช้ยอดเงินไปจนครบแล้วบางส่วน แต่ยังคงมีหลายๆ รายที่ยังเหลือวงเงินจึงนำออกมาใช้ในช่วงปลายเดือน
พ่อค้าแม่ค้าต่างบอกว่า นับวันรอจะถึง 1 กรกฎาคม คาดว่าการค้าการขายจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง เพราะแต่ละคนจะได้รับวงเงิน 1,000 บาทกลับมาเต็มวงเงิน และการจับจ่ายใช้สอยก็น่าจะมีมากขึ้น การตัดสินใจซื้อขายก็น่าจะทําได้ง่ายขึ้น ทําให้พ่อค้าแม่ค้าต่างเฝ้ารอวันที่ 1 กรกฎาคมด้วยความหวัง อีกทั้งยังฝากถึนายกรัฐมนตรีว่า อยากให้มีโครงการไทยช่วยไทยพลัสในเฟสต่อๆ ไป เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวมและระดับฐานราก ที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ให้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงในอนาคต

