ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายธนาวรรธน์ ประทมุสวุรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือแจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ได้ผิดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน(บีอี) เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด จำนวน 50 ล้านบาท มีภาระต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัด 7.5% และตั๋วบีอีที่จะครบกำหนดชำระในวันที่ 15 มิถุนายนอีก 70 ล้านบาท บริษัทก็ไม่สามารถชำระได้เช่นกัน ซึ่งในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม 2560 จำนวน 470 ล้านบาท โดยมีตัวกลางจำหน่ายหลักทรัพย์ 4 แห่ง
ผลกระทบในการผิดนัดชำระหนี้กับทางบริษัทอาจทำให้สถาบันการเงินพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อของบริษัทใหม่อีกครั้ง และทำให้บริษัทไม่สามารถออกตราสารหนี้ประเภทตั๋วแลกเงินฉบับใหม่ทดแทนตั๋วแลกเงิน เดิมที่ถึงกำหนดได้ นอกจากนี้บริษัทจะมีความน่าเชื่อถือในการดำเนินธุรกิจลดลง และทำให้ต้องดำเนินธุรกรรมเป็นเงินสดมากขึ้น หากการผิดนัดชำระหนี้ครบ 500 ล้านบาท (ยกเว้นเจ้าหนี้การค้า) อาจเป็นเหตุให้เข้าข่ายเป็นเหตุผิดนัดของหุ้นกู้ที่บริษัทได้ออกเสนอขายครั้งที่ 1/2558 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2560 และครั้งที่ 1/2559 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2562 มีมูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท และอาจเป็นเหตุให้มีการเรียกชาระหุ้นกู้คืนโดยทันที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้นกู้ที่จะได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาในอนาคตต่อไป
สำหรับแนวทางแก้ไขการผิดนัดชำระหนี้บริษัทอย่รูะหว่างเจรจาผ่อนผันการชำระหนี้และพิจารณาวงเงินสินเชื่อ เป็นกรณีพิเศษกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อทบทวนและให้สามารถกลับ มาใช้วงเงินได้ตามปกติ เพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาดำเนินธุรกรรมทางการเงินตามปกติได้โดยเร็วโดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนสิงหาคม 2560 นี้ และจะวางแผนชำระหนี้ตามตั๋วบีอีต่อไป ในระหว่างนี้บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ
ในวันเดียวกัน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เปิดเผยว่า บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เป็นผู้ประกอบการธุรกิจถ่านหินรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ มีฐานลูกค้าในหลายประเทศ และที่ผ่านมาธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ได้แสดงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น หากบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ธนาคารก็พร้อมที่จะให้การดูแล และคาดว่าปัญหาน่าจะคลี่คลายได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง หากกรณีดังกล่าว ทำให้ธนาคารต้องมีการสำรองหนี้เพิ่ม จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธนาคารไม่มาก ธนาคารยังคงสามารถรักษาอัตราส่วนเงินสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพในระดับที่เหมาะสมได้

