หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติ เผย...

แบงก์ชาติ เผย พ.ค.69 จีน-มาเลย์ ดันท่องเที่ยวฟื้น ชี้จับตา 4 ประเด็นเสี่ยง

30.06.26 | 16:31 น.

แบงก์ชาติ เผย พ.ค.69 จีน-มาเลย์ดันท่องเที่ยวฟื้น ชี้จับตา 4 ประเด็นเสี่ยง

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในเดือนพฤษภาคมปี 2569 เศรษฐกิจไทยโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยรายรับภาคท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากจีนและมาเลเซียที่มีวันหยุดยาว ประกอบกับกลุ่มระยะไกลที่ทยอยฟื้นตัว โดยในเดือน พ.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.5% และมีรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 2.3% จากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มค.-20 มิ.ย. มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วทั้งสิ้น 15.4 ล้านคน อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวระยะใกล้อื่น ๆ ได้รับผลกระทบจากการปรับลดเที่ยวบิน

นางปราณี กล่าวว่า ด้านอุปสงค์ในประเทศโดยรวมปรับดีขึ้นบ้างจากการบริโภคและลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 0.6% และ 1.2% จากเดือนก่อนตามลำดับ โดยเฉพาะในหมวดยานพาหนะตามยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากการปรับตัวของผู้บริโภคหลังราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูง ขณะที่การใช้จ่ายและการลงทุน ในหมวดอื่น ๆ ทรงตัว อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) ปรับลดลง 0.6% จากเดือนก่อนหน้า ตามการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องประดับที่ชะลอตัวลงหลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อน ส่งผลให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงเล็กน้อยตามทิศทางการส่งออกที่ชะลอตัวขณะที่ภาคบริการทรงตัว

นางปราณี กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 2.79% โดยราคาพลังงานลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับราคาอาหารสดปรับลดลง สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 0.92% โดยผู้ประกอบการยังทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปในบางหมวด แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับราคาขึ้นกระจายตัวเป็นวงกว้าง สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าแนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง ตามแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนจากค่าครองชีพของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวจากทั้งความต้องการ เดินทางที่ลดลงและการปรับลดเที่ยวบินหลังต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี แนวโน้มการส่งออกและการลงทุนในสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐ ที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งในระยะต่อไปต้องติดตาม 1. ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ 2. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าสหรัฐฯ 3.ผลของมาตรการภาครัฐ และ 4. พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ

Advertisement