หน้าแรก เศรษฐกิจ บริษัทญี่ปุ่น...

บริษัทญี่ปุ่นในไทย คาดสภาพธุรกิจและเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ปรับตัวแย่ลง หนุนกระตุ้นบริโภค-ลดหนี้ครัวเรือน

1.07.26 | 09:52 น.

บริษัทญี่ปุ่นในไทย คาดสภาพธุรกิจและเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ปรับตัวแย่ลง  หนุนออกมาตรการกระตุ้นบริโภค-ลดหนี้ครัวเรือน

วันที่ 1 กรกฎาคม นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากการสำรวจสภาพธุรกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย จาก 504 ราย ระหว่างวันที่ 12 พฤษภาคมถึง 5 มิถุนายน 2569 พบว่า จากค่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ(DI)อยู่ที่ 0 มาปรับลดลงลบอยู่ที่ 6 ในครึ่งปีแรก 2569 และคาดการณ์ลดลงอยู่ที่ลบ 7 ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยจากผลกระทบ ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการส่งออกที่ชะลอตัวลง แม้อุปสงค์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรยังคงแข็งแกร่งก็ตาม

โดยบริษัทญี่ปุ่นในไทยยังมองว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและต้นทุนที่สูงขึ้นจากผลกระทบในสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ว่าจะคำสั่งซื้อเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้จำแนกเป็นประเภท พบว่าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจยังลบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ ค้าปลีก ค่าดัชนีติดลบสูง โดยผลสำรวจสะท้อนว่าธุรกิจมองว่าสภาพธุรกิจปรับตัวแย่งลง

ดังนั้น บริษัทส่วนใหญ่ 48% ยังคงลงทุนคงที่ในด้านโรงงานและเครื่องจักร อีก 16% คาดจะลงทุนลดลง และมองว่าแนวโน้มการส่งออกครึ่งหลังปีนี้ 42% คาดส่งออกคงที่ อีก 37% มองว่าเพิ่มขึ้น และ 21% มองว่าลดลง และคาดว่าค่าเงินบาทเฉลี่ย 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เงินเยนอยู่ที่ 4 เยนต่อบาท

สำหรับข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย คือ ขอให้มีการออกมาตรการรับมือสถานการณ์ในอิหร่าน อาทิ ปรับกระบวนการขอคืนภาษี รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการกระตุ้นการบริโภค ด้านสินค้าคงทน แก้ไขเกี่ยวกับการออกใบอนุญาติทำงานและวีซ่า

Advertisement

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯเห็นว่าที่ผ่านมาไทยมีการพัฒนาปรับปรุงที่ดีขึ้น ในด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง และรักษาเสถียรภาพของนโยบายการเงิน โดย 32% เห็นความจำเป็นและกำลังดำเนินการนำเอไอมาใช้งานในองค์กร และ 24 % ระบุว่าใช้เอไอและเห็นผลลัพธ์แล้ว เป้าหมายแรกคือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารและประมวลข้อมูล ซึ่งประเด็นปัญหาคือยังขาดแคลนบุคลากรและทักษะเอไอ

เมื่อถามถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ บริษัทญี่ปุ่น 42% ระบุแทบไม่มีผลกระทบ ส่วน 39% ระบุมีผลกระทบบ้าง ขณะที่ 8% ระบุมีผลกระทบอย่างมาก โดย 37% มองว่าไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่บริษัทต้องเตรียมมาตรการรับมือ อย่างไรก็ตาม บริษัทญี่ปุ่นยังคาดหวังรัฐบาลไทยเตรียมรับมือความไม่แน่นอนด้านภาษีสหรัฐฯ ทั้งมาตรการด้านภาษี การเงิน เงินอุดหนุน การขยายตลาดภายในประเทศ และขยายไปประเทศที่สามผ่านเอฟทีเอ

ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านจนกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนโลจิสติกส์หรือหยุดชะงัก นั้น 42% ระบุว่ามีผลกระทบอย่างมาก จึงอยากให้ไทยดูแลเรื่องกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและพลังงาน นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่นในไทยมีการติดตามนโยบายรัฐบาลไทยต่อโครงการอีอีซี โครงการแลนด์บริดจ์ และ โครงการไทยแลนด์ฟาสต์พาร์ต ซึ่งแต่ละโครงการยังมองว่าเป็นประโยชน์ต่อภาคลงทุนของไทย