หอค้าไทย ลุ้นบอร์ด EEC ไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ถ้ายุติจริงไทยยังน่าลงทุนแต่ขาดเสน่ห์ หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน สู่เป้า Net Zero
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องลุ้นว่าจะมีการยกเลิกสัญญาหรือไม่ เนื่องจากบริษัทที่ชนะการประมูลได้ขอแก้ไขสัญญา เพราะประสบปัญหาใหญ่คือธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้ สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ตัวเลขผู้โดยสารลดลงกว่าที่เคยเสนอไว้ รวมถึงมีปัญหาเรื่องการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ทำให้การกู้เงินจากสถาบันการเงินทำได้ยากขึ้น ทางเอกชนจึงได้เสนอทางออกด้วยการปรับเงื่อนไขเป็นลักษณะทำไปจ่ายไป เพื่อแก้ปัญหาด้านการเงิน แต่ขณะนี้ทางฝั่งของรัฐหรือบอร์ด EEC ยังไม่ได้อนุมัติ และกำลังรอการชี้ชะตารอบสุดท้าย
ลุ้นแก้สัญญาหรือยุติ
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางของโครงการนี้สามารถออกได้ 2 ทาง คือ ทางแรก หากบอร์ด EEC ยอมปรับแก้ไขสัญญา บริษัทที่รับประมูลไปก็จะสามารถเดินหน้าโครงการต่อได้ และ ทางที่สอง หากไม่อนุมัติ ก็จะต้องหาทางยุติสัญญาและดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญาต่อไป
“ก็เท่ากับว่าอันนี้ก็ต้องพับไป แต่โครงการทั้งหมดคงไม่ได้ถูกพับไปทั้งหมด เพราะว่าคงต้องเดินหน้าต่อ แต่จะเป็นรูปแบบไหน จะเปิดประมูลใหม่อย่างไร นี้ก็จะเป็นเรื่องของระยะเวลาที่ทอดยาวออกไป” นายวิศิษฐ์ กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของผลกระทบต่อนักลงทุนนั้น คาดว่าจะยังไม่มีผลกระทบเกิดขึ้นในทันที แต่จะส่งผลต่อเสน่ห์ของพื้นที่ EEC เนื่องจากเดิมทีโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้ แม้ความสะดวกอาจจะดูลดน้อยลงไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะส่งผลกระทบรุนแรงจนทำให้นักลงทุนมองว่าประเทศไทยไม่น่าลงทุน
หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน สู่เป้า Net Zero
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า กรณีโครงการที่ 2 ภายใต้ พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ที่มี 3 แผนงานหลัก เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ครอบคลุมตั้งแต่วันลดการใช้พลังงานฟอสซิลเพื่อมุ่งสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงการยกระดับทักษะแรงงานและผู้ประกอบการนั้น ในภาพรวมถึงถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในข้อตกลงมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) การปรับตัวทางพลังงานจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้ แรงกดดันจากปัญหาราคาน้ำมันแพงและการขนส่งที่ยากลำบาก จะเป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น และทำให้ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านที่ดูแพงมีความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับราคาพลังงานฟอสซิลที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในประเด็นการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ก้อนที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าวนั้น ถือเป็นวิธีการปกติของรัฐบาลในกรณีที่งบประมาณไม่เพียงพอ แต่การกู้เงินจะต้องถูกควบคุมให้อยู่ภายใต้กรอบหนี้สาธารณะระดับเดิม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่สัดส่วนประมาณกว่า 60% ของจีดีพี และเพื่อไม่ให้กระทบต่อมุมมองและความเชื่อมั่นของต่างชาติ หากรัฐบาลมีการขยายกรอบหนี้สาธารณะทะลุเพดานเดิมไปถึงระดับ 70-80% อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประเทศสั่นคลอนได้

