หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทกลับมา...

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย จับตาประชุม ธ.กลางสหรัฐ-ผลจากเลือกตั้งของอังกฤษ

11.06.17 | 07:53 น.
แฟ้มภาพ

“เงินบาทอ่อนค่ากลับมาปลายสัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยทรงตัว”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่ากลับมาเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 23 เดือนที่ 33.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงกดดันของเงินดอลลาร์ฯ จากประเด็นทางการเมืองและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่ากว่าระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ฯ ขณะที่นักลงทุนทยอยปรับโพสิชั่นก่อนการประชุม FOMC ในวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้

สำหรับในวันศุกร์ (9 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 34.07 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับ 34.17 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (2 มิ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (12-16 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.90-34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องติดตามผลการประชุมนโยบายการเงิน ประมาณการเศรษฐกิจ และ dot plot ชุดใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ประกอบด้วย ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน มิ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิ และสต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน เม.ย. นอกจากนี้ ตลาดน่าจะรอติดตามประเด็นต่อเนื่องหลังสถานการณ์การเลือกตั้งในอังกฤษ และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ค.ของจีนด้วยเช่นกัน

Advertisement

ส่วนดัชนีหุ้นไทยทรงตัว ขณะที่ตลาดรอปัจจัยใหม่มากระตุ้น โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,566.65 ลดลง 0.06% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 12.68% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 43,344.75 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 564.28 จุด ลดลง 0.97% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนรอประเมินปัจจัยสำคัญของยุโรปและสหรัฐ โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งของอังกฤษ และคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ ต่อประเด็นที่เกี่ยวกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างไรก็ดี SET Index เผชิญแรงกดดันมากขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์จากแรงเทขายหุ้นเพื่อปรับพอร์ตของนักลงทุนในช่วงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ สัปดาห์ถัดไป

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (12-16 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,545 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,575 และ 1,590 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคงได้แก่ การประชุมธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของเฟด ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและเครื่องชี้อสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ อาทิ ข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนและจีน