พณ. เผย เงินเฟ้อ มิ.ย.บวก 2.42% ชี้อาหารจานด่วน-เอลนีโญ ปัจจัยดันราคาสินค้า
วันที่ 6 ก.ค. นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 102.85 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2568 สูงขึ้น 2.42% ปัจจัยจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ส่งผลต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้ หมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 3.31% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด เป็นต้น ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.03% จากอาหารสำเร็จรูป ขยับเฉลี่ย 10-15 บาท หรือกว่า 10% ข้าวสารเจ้า เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น โดยสินค้าในการคำนวนเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 464 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น 275 รายการ เท่าเดิม 33 รายการ และลดลง 156 รายการ แต่เมื่อเทียบเดือนพฤษภาคมปีนี้ ลดลง 0.34% สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 1.23% เร่งตัวจากเดือนพฤษภาคม ที่สูง 0.92% ส่งผลให้เงินเฟ้อไตรมาส 2 สูงขึ้น 2.70% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าสูงขึ้น 3.08% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 6 เดือนปี 2569 สูงขึ้น 1.08%
อย่างไรก็ตามแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง ผลจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อย่างอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ยังมีทิศทางทยอยขึ้นส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย อย่างผักสดและเนื้อสัตว์ วัตถุดิบปรุงอาหาร ขณะเดียวกัน ข้าวสารเจ้า กาแฟผงสำเร็จรูป และน้ำอัดลม ปรับสูงขึ้นจากการสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 3 บวก 2.79 % ปัจจัยสนับสนุนได้แก่
1.ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ 2.ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าต้นทุนการผลิตบางประเภทจะเริ่มส่งสัญญาณราคาลดลง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นอย่างถาวร 3.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และ 4.ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1. ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ 2.ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ โดยไตรมาส 4 คาดบวก 3.02% กระทรวงพาณิชย์จึงคงคาดการณ์เฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5% และค่ากลาง 2% จากต้นปีคาดช่วง 1-3% บนสมมุติฐานจีดีพีบวก 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาท 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
“ครึ่งปีหลังแนวโน้มเงินยังบวก เนื่องจากการปรับขึ้นของอาหารปรุงสำเร็จในวงกว้างไปทั่วประเทศ และส่วนใหญ่ขยับเพิ่ม 10 บาทต่อเมนู หรือขยับประมาณ 10-20% แม้แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงโลกลดลง แต่ยังมีปัจจัยที่มีผลต่อเงินเฟ้อ คือ น้ำมันดิบแม้ราคาเริ่มลงแต่เทียบปีก่อนราคายังสูง การปรับขึ้นราคาจานด่วน 3-5% ทั่วประเทศ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.90 บาท ดีเซลระดับ 35-40 บาท และอากาศปั่นป่วนจากภาวะเอลนีโญ ที่อาจมีผลทั้งพายุและแล้งรุนแรง ที่จะมีผลกระทบต่อผักสดและเนื้อสัตว์ ตอนนี้คนอาจรู้สึกอาหารยังไม่ได้แพงเพราะมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ช่วยลดภาระการจ่ายเงินประชาชนสำหรับอาหารจานด่วน ส่วนการควบคุมว่าราคาจานด่วนแพงเกินจริงมั้ย ทางนโยบายกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์และหากเจอความผิดปกติก็ต้องหาแนวทางเข้าไปดูแลและกำชับการไม่ขายเกินราคาควรจริง”นางสาวณัฐิยา กล่าว







