หน้าแรก เศรษฐกิจ ผลประเมินโครง...

ผลประเมินโครงการไร่ละ 1,000 บาท เงินถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน

6.07.26 | 13:11 น.

สุริยะ เผยผลประเมินโครงการไร่ละ 1,000 บาท เงินถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือโครงการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ เพื่อช่วยเสริมความพร้อมให้เกษตรกรในรอบการผลิตโดยให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรไทย สำหรับโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูก และส่งเสริมให้การผลิตข้าวมีความคุ้มค่ามากขึ้น โดยกำหนดหลักเกณฑ์ สนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน

นายสุริยะ กล่าวว่า จากผลการประเมิน พบว่า โครงการสามารถโอนเงินสนับสนุนถึงมือเกษตรกร 4.515 ล้านครัวเรือน หรือ 99.98% ของเป้าหมาย คิดเป็น วงเงินสนับสนุน 36,716.44 ล้านบาท ครอบคลุม พื้นที่ได้รับเงินสนับสนุน 36.71 ล้านไร่ สะท้อนว่าระบบการดำเนินงานสามารถเข้าถึงเกษตรกรได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ผลประเมินยังพบว่า เงินสนับสนุนมีส่วนช่วยให้เกษตรกรจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นได้มากขึ้น เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช การเตรียมดิน และเมล็ดพันธุ์ ทำให้ดูแลแปลงนาได้ดีขึ้น โดยพบว่า ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวลดลงเฉลี่ย 463.02 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 12.22 ขณะที่ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79.29 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ 16.85% และ มูลค่าผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,898.50 บาทต่อไร่ หรือ 38.46% เมื่อประเมินประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม จากค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวที่ลดลง และมูลค่าผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น พบว่า โครงการก่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 57,473.48 ล้านบาท หรือประมาณ 1.57 เท่าของวงเงินสนับสนุนโครงการ และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจได้รับผลจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น สภาพอากาศ ราคาข้าวในตลาด และการบริหารจัดการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่

“ผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนว่า มาตรการของภาครัฐสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรได้อย่างครอบคลุม และมีส่วนช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการการผลิตได้ดีขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้พัฒนามาตรการให้ตอบโจทย์การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวของไทย เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากขึ้นในระยะต่อไป” นายสุริยะ กล่าว

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และรองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. โดยศูนย์ประเมินผล ร่วมกับ กรมการข้าว ประเมินผลโครงการจากการสำรวจครัวเรือนเกษตรกรตัวอย่าง 16,717 ครัวเรือน โดยครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนปีการผลิต 2567/68 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นหลังได้รับเงินสนับสนุนผลประเมินในภาพรวม พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรประมาณ 58.09% ทางโครงการมีส่วนช่วยให้ปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น และเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากที่สุด สะท้อนว่าโครงการสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกร และช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตในระยะสั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สศก. เห็นว่า ระบบบริหารจัดการและการโอนเงินผ่าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงเกษตรกรได้ในระดับสูง จึงควรรักษาระบบดังกล่าวไว้ พร้อมพัฒนาช่องทางรองรับเกษตรกรที่มีข้อจำกัดด้านบัญชี เพื่อให้เกษตรกรที่มีสิทธิสามารถเข้าถึงการสนับสนุนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

Advertisement

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางในระยะต่อไป ควรต่อยอดจากมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนรายฤดู ไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว เช่น การปรับปรุงดิน การพัฒนาระบบน้ำ การใช้เครื่องจักรกลร่วมกัน และการจัดทำแนวทางการใช้เงินสนับสนุนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของแต่ละแห่ง เพื่อให้การสนับสนุนภาครัฐสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน