หน้าแรก เศรษฐกิจ เดินหน้าชน = ...

เดินหน้าชน = ปมร้อน…ไฟฟ้าเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์!!

6.07.26 | 14:59 น.
ไฟฟ้า

เดินหน้าชน = ปมร้อน…ไฟฟ้าเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์!!

ช่วง2-3ปีที่ผ่านมา ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุดจากนักลงทุนต่างประเทศ

ถือเป็นพระเอกอีกคนที่ช่วยกอบกู้ยอดคำการลงทุนไทยให้เติบโตสวนทางสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศที่ไม่สดใสนัก

เฉพาะไตรมาสแรกปี 2569 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 7 โครงการมูลค่าลงทุนรวมกว่า 872,494 ล้านบาท

การเดินหน้าลงทุนกำลังสดใส แต่ก็มีคำถามตามมาถึงปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ทั้งระบบเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมกันประมาณ 52,000 เมกะวัตต์

คำถามต่อไปคือ หากพลังงานไทยเตรียมไฟฟ้ารองรับแล้วแต่การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ

Advertisement

หรือหากเกิดการลงทุนจริง อัตราค่าไฟควรอยู่ระดับใด

ล่าสุด “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานผุดไอเดีย เตรียมออกมาตรการป้องกันการจองล่วงหน้าเกินจริง (Over Forecast)

โดยจะกำหนดให้ผู้ที่จะจองไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์ต้องวางเงินมัดจำ เช่น เมื่อจอง 100 เมกะวัตต์ อาจต้องมัดจำล่วงหน้า 1 ปี หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินส่วนนี้มาพัฒนาโครงข่ายและลดภาระค่าไฟให้ประชาชน

ขณะเดียวกันยังมีไอเดีย แยกประเภทของ Data Center ให้เป็นไฟฟ้าประเภทที่ 9 เป็นอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ของดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากใช้พลังงานสูงมาก จึงถูกคิดอัตราค่าไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง จะมีราคาแพงกว่ากลุ่มบ้านอยู่อาศัยทั่วไป เพื่อนำรายได้ส่วนต่างมาช่วยอุดหนุนค่าไฟให้กับประชาชน

ทั้ง 2 ไอเดีย มีเป้าหมายนำเงินมาดูแลภาระค่าไฟของประชาชน

ลงลึกไอเดียเงินมัดจำ โมเดลจะคล้ายมาตรการส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า(บีอีวี) หรืออีวี 100% ที่กำหนดให้ค่ายรถต้องวาง Bank Guarantee ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าจะลงทุนจริง

ส่วนไอเดียค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ราคาสูงกว่าบ้านประชาชน สอบถามมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ให้ความเห็นว่า การคิดค่าไฟดาต้าเซ็นเตอร์ สูงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนมากในไทย ทำให้ไทยต้องลงทุนเพิ่มขึ้นในการผลิตไฟฟ้า แต่จะต้องคิดในราคาที่สมเหตุสมผลสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นการแสวงหากำไรมากเพื่อมาชดเชยให้อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ถูกหลัก และอาจจะอธิบายให้นักลงทุนเข้าใจได้ยาก

พร้อมให้มุมมองว่า อัตราการเก็บค่าไฟดาต้าเซ็นเตอร์ควรจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยที่ต่างประเทศจะมีการแยกประเภทอย่างชัดเจน ค่าไฟสำหรับดำเนินธุรกิจ กับค่าไฟเพื่อที่อยู่อาศัย

พร้อมระบุว่า รัฐธรรมนูญของไทยระบุไว้อย่างชัดเจนว่าค่าไฟใช้เพื่อการดำรงชีวิต ดังนั้นดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมาดูเรื่องความเหมาะสม เพราะแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หากใช้คำว่าอัตราค่าไฟเพื่อทางการค้า (Commercial) สามารถทำได้ แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือจะต้องสะท้อนต้นทุน และต้องอธิบายให้ผู้ลงทุนเข้าใจได้ว่า เหตุใดถึงคิดราคาอัตราเท่านี้

เมื่อพระเอกอย่างดาต้าเซ็นเตอร์…กำลังจะกลายเป็นผู้ร้าย

น่าติดตามว่าบทสรุป “ไฟฟ้า…เพื่อดาต้าเซ็นเตอร์” จะจบอย่างไร?

ปิยะวรรณ ผลเจริญ