หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ผุดโมเดลลด...

พณ.ผุดโมเดลลดต้นทุนรัฐช่วย 50% หนุนเพิ่มรายได้ด้วยแฟรนไชส์ ‘ศุภจี’ คิกออฟ 13 ก.ค.

7.07.26 | 14:08 น.
พูนพงษ์

พณ.ผุดโมเดลลดต้นทุนรัฐช่วย 50% หนุนเพิ่มรายได้ด้วยแฟรนไชส์ ‘ศุภจี’ คิกออฟ 13 ก.ค.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” เป็นมาตรการเชิงรุกที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้เห็นชอบร่วมกับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนภินทร ศรีสรรพางค์) ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคีเครือข่าย เพื่อลดภาระต้นทุน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ (Franchisee) จะได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านที่ 1: มาตรการร่วมจ่ายจากภาครัฐ (รัฐช่วยจ่าย 50%) ช่วยเหลือผู้สนใจที่จะมีอาชีพ โดยรัฐบาลจะอุดหนุนเงินทุนร่วมจ่ายค่าแพ็กเกจแรกเข้าให้ครึ่งหนึ่งทันที สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ราคาไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน

ด้านที่ 2: การสนับสนุนทำเลค้าขายและยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ 6 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ในการเปิดพื้นที่ทำเลศักยภาพในเครือโลตัส และแม็คโคร กว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ฟรีในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งสามารถลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ด้านที่ 3: การสนับสนุนแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และการค้ำประกันสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อลดความกังวลด้านเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการ กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอ โดยมีสถาบันการเงินชั้นนำพร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่ออัตราพิเศษ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน รวมถึง บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมคอยค้ำประกันให้

ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส

Advertisement

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ประชาชนสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1. การเลือกและติดต่อธุรกิจ ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจากกรมฯ ได้ที่เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th เพื่อติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisor) ได้โดยตรง 2. การชำระเงินงวดแรก ชำระเงินส่วนแรกผ่านบริการ Bill Payment ของธนาคารกรุงไทย และ 3. การจัดตั้งสาขาและรับเงินสนับสนุน เมื่อเริ่มจัดตั้งสาขาและส่งหลักฐานประกอบครบถ้วนตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแฟรนไชส์ซอร์มายังกรมฯ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์จะต้องลงทะเบียน SME ONE ID ของ สสว. และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ในตอนท้าย

“ความพิเศษของโครงการในครั้งนี้ คือการเปิดมิติใหม่ในการสร้างอาชีพ นำระบบแฟรนไชส์ที่เจ้าของธุรกิจได้พิสูจน์แล้วจนประสบความสำเร็จมาเป็นพี่เลี้ยงในการประกอบธุรกิจ รวมถึงอยากเชิญชวนผู้สนใจรีบสมัครร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (เริ่มโครงการ 1 กรกฎาคม 2569) เพื่อจะได้สมัครเป็นร้านค้าในโครงการ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับสิทธิประโยชน์ร่วมจ่าย ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ของรัฐบาล มาตรการดังกล่าวจะช่วยการันตียอดขายและสร้างฐานลูกค้าที่แน่นอนให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถดึงกำลังซื้อจากนโยบายภาครัฐมาขับเคลื่อนร้านค้าในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในโอกาสนี้ กรมฯ กำหนดจัดการประชาสัมพันธ์โครงการครั้งใหญ่ (Kick Off) ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์