นอท พันธ์ธวัช พลิกบทเรียน 20 ปี เปิดตัว ‘ไทยมาร์ท’ อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย เว้นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มปีแรก
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ในงาน ตื่นเถิดชาวไทย : Thaimart บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด เปิดตัวแนวคิดการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย จุดเริ่มต้นของไทยมาร์ทมาจากบทเรียนจากการทำธุรกิจออนไลน์กว่า 20 ปี ซึ่งเคยพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทั้ง Amazon, Google และ Facebook ซึ่งเคยมีรายได้สะสมจากยอดขายช่วง Black Friday กว่า 2 ล้านบาท ก่อนพบว่าธุรกิจสามารถถูกกระทบได้ทันทีเมื่อกติกาของแพลตฟอร์มเปลี่ยนแปลง ซึ่งไทยมาร์ทไม่ได้เข้ามาแข่งขันด้วยการชูเพียงเทคโนโลยีหรือฟังก์ชัน แต่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
“ตอนเงินน้อย ๆ ไม่เห็นผิดกฎ แต่พอเงินเยอะขึ้นกลับผิดกฎ เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ผมคิดว่า เราจะไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจอีก ทำให้ผมตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีพื้นที่ที่สามารถควบคุมอนาคตของธุรกิจได้” นายพันธ์ธวัช กล่าว

นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ทั้งนี้ ไทยมาร์ทประกาศคำมั่น 7 ข้อ ได้แก่ 1. จะไม่เติบโตด้วยการเอาเปรียบคู่ค้า แต่จะเติบโตไปพร้อมกัน 2. กติกาของแพลตฟอร์มต้องชัดเจน โปร่งใส และอธิบายได้ 3. จะไม่เข้าข้างฝ่ายใด แต่ยืนอยู่บนความเป็นธรรม 4. ผู้ค้าและลูกค้าต้องสามารถพูดคุยกับแพลตฟอร์มได้จริง 5. จัดการสินค้าปลอมอย่างจริงจัง 6. ช่วยผู้ค้าไม่ได้เพียงสร้างยอดขาย แต่สร้างแบรนด์ และ 7. รับฟัง แก้ไข และรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะสร้างแพลตฟอร์มไทย และได้ใช้เวลาพัฒนาโครงสร้างธุรกิจมาประมาณ 5 ปี ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานประมาณ 450 คน แบ่งเป็นทีมการตลาด ทีมโปรดักต์ ทีมเทคโนโลยี และทีมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงทีมพัฒนาระบบที่มีอยู่ประมาณ 120 คน โดยมีโครงสร้างบริษัท 4-5 แห่ง เพราะเราเตรียมระบบและอีโคซิสเต็มไว้รอวันที่พร้อมเปิดตัว ทั้งนี้ สำหรับเป้าหมายของแพลตฟอร์ม เราไม่ได้มุ่งแข่งขันด้วยการอัดโปรโมชั่นหรือสงครามราคา แต่ต้องการสร้างตลาดที่ผู้ประกอบการสามารถทำกำไรได้ และความสำเร็จของแพลตฟอร์มไม่ควรวัดจาก GMV หรือยอดขายรวมเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดจากขนาดรอยยิ้มและกำไรของผู้ประกอบการถ้าเพื่อนรวย เราสำเร็จ เพราะหากผู้ขายมีรายได้ เศรษฐกิจโดยรวมก็จะเติบโต
“ผมไม่ใช่เทวดา ไทยมาร์ทก็ไม่ใช่เทวดา เราผิดพลาดได้แน่นอน แต่เมื่อเราทำผิด เราจะรับผิดชอบ และสิ่งที่เราแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น คือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของแพลตฟอร์มกับผู้ใช้งาน แพลตฟอร์มอื่นคุณอาจไม่รู้จักเจ้าของ ไม่รู้จะด่าใคร แต่แพลตฟอร์มนี้ถ้าผมทำไม่ดี คุณรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน ผมมีครอบครัว มีลูก ผมอยากเป็นฮีโร่ให้ลูก ไม่อยากเป็นคนที่เห็นแก่เงิน” นายพันธ์ธวัช กล่าว

นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับร้านค้าที่จะเข้ามาขายในแพลตฟอร์มไทยมาร์ท ต้องเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณภาพ มีมาตรฐาน (อย.) และเป็นสินค้าของแท้ ไม่จำกัดเฉพาะสินค้าไทย เพราะหากเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่มีคุณภาพก็สามารถเข้ามาขายได้เราไม่ปิดกั้นของดีที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคจำได้ว่า “อยากได้ของแท้ ต้องไปไทยมาร์ท” ปัจจุบันไทยมาร์ทมีร้านค้าเข้าร่วมแล้วประมาณ 15,000 ร้าน และคาดว่าหลังเชื่อมต่อกับระบบพันธมิตรในช่วงเดือนกันยายน จะมีร้านค้าเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นราย โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2569 อาจมีร้านค้าระดับหลักแสนราย ส่วนเป้าหมายปีแรกคือการพัฒนาแอพพลิเคชันให้เป็นแอปที่ดีที่สุดในตลาด โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายกำไรในระยะสั้น แต่มุ่งสร้างฐานธุรกิจระยะยาว
“ไทยมาร์ทอาจต้องใช้เวลา 4-5 ปีในการสร้างธุรกิจ และอาจยังไม่มีกำไรในช่วงแรก แต่เชื่อว่าด้วยโครงสร้างที่เตรียมไว้และการเติบโตอย่างยั่งยืน จะสามารถสร้างผลกำไรได้ในอนาคต ผมไม่ได้ทำธุรกิจแค่ 5 ปีหรือ 10 ปี ผมหวังว่าจะทำไปยาว ๆ และวันที่แพลตฟอร์มเติบโต ความสำเร็จจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกับผู้ประกอบการ เชื่อว่าคนไทยไม่ได้อยากซื้อของถูกที่สุด แต่คนไทยอยากซื้อของที่ดีที่สุดเท่าที่ซื้อได้” นายพันธ์ธวัช กล่าว

นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม ไทยมาร์ทประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หรือ GP ที่ 0% ในปีแรก ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ถึงปีถัดไป เพื่อให้ผู้ประกอบการมีโอกาสสร้างธุรกิจและมีกำไรเต็มที่ ก่อนทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันได ในปีที่ 2 จัดเก็บ GP สูงสุด 5% ปีที่ 3 สูงสุด 8% และปีที่ 4 สูงสุดที่ 10% ทั้งนี้ เพื่อให้ร้านค้ามีเวลาสร้างฐานลูกค้าและสามารถแข่งขันด้านราคาได้
นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังจัดแคมเปญส่งฟรีสำหรับ 100,000 คำสั่งซื้อแรกของทั้งแพลตฟอร์ม โดยไม่กำหนดเพดานค่าจัดส่งต่อรายการ หลังจากครบสิทธิ์ ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม ส่วนระบบโลจิสติกส์เปิดให้ร้านค้าเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้เอง ไม่ว่าจะเป็น Flash Express, KEX หรือไปรษณีย์ไทย โดยไม่มีการบังคับใช้ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง และเปิดโอกาสพัฒนาระบบขนส่งของบริษัทในอนาคต หากสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้






