หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.ล.ต. แจงยิบ...

ก.ล.ต. แจงยิบ สุภาพร พิมพงษ์ ซื้อ-ขายหุ้น ชี้ ไม่พบชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียน

9.07.26 | 10:40 น.

ก.ล.ต. แจงยิบ สุภาพร พิมพงษ์ ซื้อ-ขายหุ้น ชี้ ไม่พบชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียน

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักงาน ก.ล.ต. ได้แถลงเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) กรณีนางสาวสุภาพร พิมพงษ์


นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากกรณีการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์นั้น ผลการตรวจสอบเบื้องต้นในหลักทรัพย์ จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ซึ่งเป็นการได้มาของหลักทรัพย์ที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา โดยมีการบันทึกเข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เมื่อ ก.ล.ต.พบความผิดปกติจึงระบุสถานะเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” ไว้ก่อน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ต่อมาในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต.ได้มีการเปลี่ยนสถานะของข้อมูลเป็น “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง” เนื่องจากข้อมูลมีความไม่สอดคล้อง และเมื่อตรวจสอบพบความไม่ถูกต้อง ประกอบกับได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต.จึงนำข้อมูลที่ปรากฏจากการรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูล

“การดำเนินการของ ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน จึงมีการดำเนินการเพื่อระบุสถานะของข้อมูลและนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อพบความไม่ถูกต้องตามกระบวนการข้างต้น” นางพรอนงค์ กล่าว

นางพรอนงค์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นความไม่ถูกต้องของข้อมูลมี 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียน ในช่วงภายหลังของการได้มาและไม่มีรายงานการจำหน่ายออก 2.ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานการได้มา ไม่มีอยู่จริงในช่วงระยะเวลาที่ระบุในรายงาน และ 3.การรายงานจำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองหรือได้มา ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง อาทิ รายงานการใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น เป็นจำนวนการใช้สิทธิที่ตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพโดยบุคคลอื่น

Advertisement

นางพรอนงค์ กล่าวว่า ในส่วนของระบบการรายงานแบบ 246-2 ก.ล.ต.จัดให้มีกระบวนการยืนยันตัวตน โดยผู้ที่ประสงค์จะบันทึกข้อมูลในระบบต้องลงทะเบียนและระบุ “ข้อมูลส่วนบุคคลที่ตรงกับข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง“ ซึ่งระบบจะมีการสอบยันกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรดังกล่าว และหากข้อมูลไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธการลงทะเบียน เฉพาะกรณีที่ข้อมูลตรงกันจึงจะมีกระบวนการให้ยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียน โดยภายหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วจึงสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อรายงานแบบ 246-2 โดยผู้รายงานจะต้องมีการรับรองความถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง และรับทราบว่าข้อมูลที่บันทึกนั้นจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ

นางพรอนงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้รายงานรายดังกล่าวมีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงานตามมาตราดังกล่าว ก.ล.ต.จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลออกจากระบบแล้ว ซึ่งระบบการรายงานแบบ 59 มีกระบวนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนในลักษณะเดียวกันกับการรายงานแบบ 246-2

นางพรอนงค์ กล่าวว่า ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูล ตามกระบวนการของ ก.ล.ต. โดยกรณีการนำส่งข้อมูลที่เป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไป เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี 2535