หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยช่วยไทยพลั...

ไทยช่วยไทยพลัส ดันความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. ดีขึ้นรอบ4เดือน แต่ภาคธุรกิจสวนทางดิ่งต่อ

9.07.26 | 15:34 น.

ไทยช่วยไทยพลัส ดันความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. ดีขึ้นรอบ4เดือน แต่ภาคธุรกิจสวนทางดิ่งต่อ อาจมองปลดลูกจ้าง

วันที่ 9 กรกฎาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวม ปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จากที่ช่วงนั้นบรรลุข้อตกลงและลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หยุดยิงชั่วคราว ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและในไทยเริ่มลดลง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อประชาชน ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นฯโดยรวม ปรับตัวจาก 49.5 เป็น 50.7 ดัชนีความเชื่อมั่นฯในปัจจุบัน จาก 33.6 เป็น 34.5 ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตจาก 57.3 อยู่ที่ 58.7 ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต เพิ่มเป็น 44.1 48.7 และ 59.3 จาก 43.1 47.5 และ 57.9 ตามลำดับ

แต่อย่างไรก็ตาม ดัชนีทุกรายการยังต่ำกว่าระดับปกติ 100 แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเศรษฐกิจ การหางานทำ และรายได้ในอนาคต โดยคาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ตามแรงกระตุ้นต่อเนื่องของโครงการไทยช่วยไทยพลัส เริ่มมิถุนายนถึงกันยายน 2569 และหากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับสู่ปกติ ความเชื่อมั่นจะฟื้นตัวและการบริโภคจะกลับมาดีขึ้นชัดเจนช่วงปลายไตรมาส3 หรือต้นไตรมาส4ปีนี้

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ส่วนผลสำรวจความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) เดือนมิถุนายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯภาคธุรกิจยังลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นฯในปัจจุบัน ดัชนีความเชื่อมั่นฯในอนาคต อยู่ระดับ 41.4 36.0 46.9 จาก 41.7 36.3 47.0 ตามลำดับ เนื่องจากธุรกิจยังกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กับมายิงสู้รบและปิดกั้นการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลต่อต้นทุนขนส่ง พลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลก อาจกระทบต่อการจ้างงานจนถึงปลดออก เพื่อประคองต้นทุนของธุรกิจ ยังมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ปัญหาค่าครองชีพไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพสูงขึ้น กระทบต่อการบริโภคและรายได้ของธุรกิจ

Advertisement

” แม้รัฐออกมาตรการกระตุ้นผ่านไทยช่วยไทยพลัส แต่เพียงเดือนแรกหากเทียบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรายได้หายไปก่อนหน้านี้ จึงยังไม่เห็นเม็ดเงินที่ช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจมากนัก เสมือนอยู่ในช่วงตกท้องช้าง แต่หลังจากนี้เมื่อเข้าเดือนถัดไป รวมกันเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 รัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นต่อทั้งภาคท่องเที่ยว ลดค่าครองชีพ และลงทุน จะทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจชัดเจนในไตรมาส4 จะฟื้นความเชื่อมั่นภาคธุรกิจด้วย ” นายธนวรรธน์ กล่าว

ภาคธุรกิจ มีข้อเสนอขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ คือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการบริโภคต่อเนื่อง เพื่อพยุงภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่ ออกมาตรการแก้หนี้สินให้กับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและSMEs ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ควรตรึงราคาพลังงานหรือพยุงราคาน้ำมันภาคอุตสาหกรรม และการผลิต รวมถึงการขนส่ง รับมือปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาฝุ่น PM. 2.5 อย่างยั่งยืนโดยลดการเผา และคงรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้เหมาะสมกับภาวะตลาดโลกและการแข่งขันเพื่อการส่งออก