หน้าแรก ภาพนำ ซีพี ยื่นหนัง...

ซีพี ยื่นหนังสือถึง รฟท. ขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน-รฟท.เตรียมแผนรับมือแอร์พอร์ตลิงค์

9.07.26 | 16:45 น.

ซีพี ยื่นหนังสือถึง รฟท. ขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน-รฟท.เตรียมแผนรับมือแอร์พอร์ตลิงค์

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่า​การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. ครั้งที่ 9/2569 มีวาระเพื่อทราบถึง แนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดย จากการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี.) เอกชนบริษัทคู่สัญญา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเหลือ 2 แนวทางหลัก

นายอนันต์ กล่าวว่า แนวทางแรก คือ การเดินหน้าแก้ไขสัญญาตามแนวทางเดิม เดิมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจร่างสัญญาเรียบร้อยแล้ว และเอกชนรับข้อสังเกตทั้ง 18 ประเด็นครบถ้วน ซึ่ง ขั้นตอนที่เหลือจากนี้ คือ การนำเสนอเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของ กพอ. และ ครม. เพื่อทบทวนมติเดิมและอนุมัติร่างสัญญาฉบับแก้ไข ซึ่งเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี หากได้รับความเห็นชอบ โครงการจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนแนวทางที่สอง หากไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางแรกได้ เนื่องจากไม่สามารถขอทบทวนมติ ครม. หรือไม่ได้รับความเห็นชอบ จะต้องพิจารณาแนวทางการสิ้นสุดสัญญา โดยเบื้องต้น รฟท. จะเสนอแนวทางแรกเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนปกติก่อน หากเอกชนยังยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินโครงการต่อได้และประสงค์ใช้สิทธิตามกฎหมาย จึงจะเข้าสู่การพิจารณาแนวทางที่สอง โดย รฟท.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ

นายอนันต์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางเอกชนคู่สัญญา ได้ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ตามเงื่อนไขสัญญา 6.2 ด้วยเหตุผลเรื่องไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่พร้อมในการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) โดยเอกชนให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าหากไม่มี BOI จะกระทบต่อการจัดหาเงินกู้จากสถาบันการเงิน จึงเสนอให้มีการแก้ไขสัญญาก่อน แต่เมื่อไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด จึงตัดสินใจยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาตามเงื่อนไขดังกล่าว โดยตามสัญญาร่วมลงทุน การสิ้นสุดสัญญาแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่ การสิ้นสุดเมื่อครบอายุสัมปทาน 50 ปี การเลิกสัญญาในช่วงก่อนออก NTP ตามข้อ 6.2 และการบอกเลิกสัญญาจากเหตุอื่น เช่น รฟท.ผิดสัญญา เอกชนผิดสัญญา เหตุสุดวิสัย เหตุผ่อนผัน หรือกรณีที่รัฐบาลใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ

นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนผลกระทบต่อการให้บริการ Airport Rail Link หากมีการสิ้นสุดสัญญา กับทาง บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี.) ยอมรับว่าสถานการณ์นี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากสิทธิการบริหารเดินรถมีความเชื่อมโยงกับสัญญาหลักของโครงการรถไฟความเร็วสูง หากสัญญาหลักสิ้นสุดลง สิทธิการบริหารเดินรถของเอกชนก็จะสิ้นสุดลงตามไปด้วย ขณะที่บันทึกข้อตกลง (MOU) การบริหารเดินรถในปัจจุบันจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2569

Advertisement

โดยขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างการจัดทำแผนรับมือผลกระทบ โดยเบื้องต้นจะมีแนวทาง อาทิการเจรจากับเอกชนเพื่อขยายระยะเวลา MOU ให้บริหารเดินรถต่อไปอีกช่วงหนึ่ง หรือเตรียมความพร้อมให้ รฟท.กลับเข้ามาบริหารเดินรถเอง ทั้งนี้ ยืนยันว่ารฟท. ให้ความสำคัญสูงสุดกับการไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนและการเดินทางของผู้ใช้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในอนาคต