กฎมีแต่ไม่ลงโทษ! ‘กขค.’ ถูกจี้บังคับใช้กฎหมาย ผู้ขายชี้แพลตฟอร์มยังผูกขาดขนส่ง
แม้ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ขายในการเลือกผู้ให้บริการขนส่งจะมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยืนยันว่าในทางปฏิบัติยังไม่สามารถเลือกขนส่งได้ ขณะที่การร้องเรียนยังไม่เห็นความคืบหน้า สะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไร้ประสิทธิภาพ ด้านต้นทุนค่า GP และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วน Shopee อัดงบ 500 ล้านบาทช่วย MSMEs ถูกมองเป็นเพียงการบรรเทาระยะสั้นมากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
- กฎหมายมี แต่ผู้ขายยังเลือกขนส่งไม่ได้
แม้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จะออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 เพื่อป้องกันการจำกัดสิทธิของผู้ประกอบการในการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง แต่เสียงสะท้อนจากผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์กลับตรงกันว่า สถานการณ์แทบไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้ด้วยตนเอง ผู้ขายมองว่า แม้กฎหมายจะมีผลใช้บังคับแล้ว แต่การบังคับใช้ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ทำให้เกิดคำถามต่อบทบาทของ กขค. ในการกำกับดูแลการแข่งขัน รวมถึงมาตรการลงโทษแพลตฟอร์มที่อาจไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว
- ร้องเรียนแล้ว แต่ยังไร้ความคืบหน้า
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงาน กขค. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการขนส่งได้อย่างเสรี และเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบความคืบหน้าในการดำเนินการของ กขค. หรือการเรียกแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนเข้าชี้แจง ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าประกาศที่ออกมาจะสามารถบังคับใช้ได้จริงเพียงใด
- ผู้ขายชี้แพลตฟอร์มยังเป็นผู้เลือกขนส่ง
จากการสอบถามผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าบน TikTok Shop หลายราย พบว่าปัจจุบันระบบยังเป็นผู้กำหนดบริษัทขนส่งอัตโนมัติ แม้แพลตฟอร์มจะแสดงรายชื่อผู้ให้บริการหลายรายให้เห็น แต่ผู้ขายยังไม่สามารถเลือกได้เอง ผู้ประกอบการบางรายยกตัวอย่างว่า ร้านค้าตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง แต่ระบบกลับกำหนดให้ใช้บริการของอีกบริษัทที่อยู่ไกลกว่า ส่งผลให้เสียทั้งเวลา ต้นทุน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังระบุว่า ต้นทุนค่าขนส่งจำนวนหนึ่งถูกนำไปรวมกับค่าบริการของแพลตฟอร์ม โดยไม่มีการแสดงรายละเอียดที่ชัดเจน ขณะที่ทั้งผู้ขายและผู้บริโภคยังไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้เอง จึงถูกมองว่าเป็นประเด็นที่กระทบต่อการแข่งขันทางการค้าโดยตรง
- จี้ กขค.ใช้กฎหมายให้เกิดผล
ผู้ประกอบการมองว่า สิ่งที่ตลาดต้องการไม่ใช่เพียงการออกประกาศใหม่ แต่คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบแพลตฟอร์มฝ่าฝืนกติกา หน่วยงานกำกับควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการ
นอกเหนือจากปัญหาการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญต้นทุนจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าธรรมเนียมการขาย ค่ารับชำระเงิน ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด คูปอง ส่วนลด และค่าโฆษณา ส่งผลให้กำไรของร้านค้าหดตัว แม้ยอดขายจะยังเติบโต ผู้ประกอบการหลายรายยอมรับว่า หากต้องการรักษายอดขายและการมองเห็นสินค้า จำเป็นต้องเข้าร่วมแคมเปญของแพลตฟอร์มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ภาระต้นทุนถูกผลักมายังร้านค้า ขณะที่อำนาจต่อรองกลับลดลง ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากโครงสร้างค่าธรรมเนียมยังปรับเพิ่มต่อเนื่อง ร้านค้ารายเล็กอาจต้องเลือกระหว่างการขึ้นราคาสินค้าหรือยอมรับกำไรที่ลดลง ซึ่งท้ายที่สุดจะกระทบต่อการแข่งขันของตลาดโดยรวม
- Shopee อัด 500 ล้านช่วย MSMEs“ภาวุธ” ชี้เงินช่วยสวนทางค่าธรรมเนียม
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า แม้ Shopee จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาดออนไลน์ แต่โครงการช่วยเหลือ 500 ล้านบาทควรถูกพิจารณาควบคู่กับทิศทางการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม โดยอ้างข้อมูลจากผู้ประกอบการว่า ค่าธรรมเนียมรวม ทั้งค่าขายและค่ารับชำระเงิน ปรับเพิ่มจากประมาณ 18.19% เป็น 28.82% ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ส่งผลให้ร้านค้าหลายแห่งต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษาระดับกำไร ขณะที่แพลตฟอร์มยังใช้โค้ดส่วนลดและโค้ดส่งฟรีกระตุ้นการซื้อ จนเกิดวงจรที่ราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคยังคงรอซื้อในช่วงโปรโมชัน นายภาวุธมองว่า การลดค่าธรรมเนียมชั่วคราวอาจช่วยผู้ขายบางส่วนได้ แต่หากค่าธรรมเนียมโดยรวมยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการได้รับอาจไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
- รัฐต้องวางกติกาแข่งขันที่เป็นธรรม
ด้านรัฐบาลระบุว่า การสนับสนุน MSMEs เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมองว่าโครงการของ Shopee จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านระบบ Cross-border E-commerce
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากรัฐยังไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน ทั้งการนำกฏหมายที่มีมาบังคับใช้คุ้มครองสิทธิร้านค้าในการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง กำหนดความโปร่งใสในการปรับค่า GP การแจ้งล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม ตลอดจนการกำหนดบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ฝ่าฝืนกติกา โดยเฉพาะกรณีที่หน่วยงานรัฐคลอดกฏหมายออกมาแล้วควรที่ต้องสามารถบังคับใช้อย่างจริงจังไม่ใช่เพียงแค่เป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวเท่านั้น ท้ายที่สุด แม้โครงการช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านบาทจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ประกอบการรายย่อย แต่โจทย์สำคัญของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงอยู่ที่การสร้าง “กติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม” เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงได้รับการบรรเทาต้นทุนเป็นครั้งคราว ขณะที่ภาระค่า GP และต้นทุนการขายยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายแพลตฟอร์ม

