หน้าแรก เศรษฐกิจ ศุภจี คิกออฟ ...

ศุภจี คิกออฟ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์ 13 ก.ค. จ่อเปิด ‘ข้าวราดแกงราคาประหยัด’ จานละ 40 บาท

11.07.26 | 20:23 น.

ศุภจี คิกออฟ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์ 13 ก.ค. หนุนสร้างอาชีพ จ่อเปิด ‘ข้าวราดแกงราคาประหยัด’ จานละ 40 บาท ด้านแบงก์ชาติสกัดทุนเทา ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน ต้องรายงานที่มา ถก ก.ล.ต.กำกับซื้อขายคริปโท

วันที่ 11 กรกฎาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ กำลังจัดทำรายละเอียดการดูแลค่าครองชีพ โดยเฉพาะการลดภาระค่าใช้จ่ายอาหารปรุงสำเร็จ(จานด่วน) ของประชาชน เป็นการต่อยอดโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยจะเปิดรับสมัครร้านอาหารเข้าโครงการข้าวแกงราคาประหยัด จัดทำเมนูข้าวราดแกงและอาหารปรุงสำเร็จ เบื้องต้นมองไว้ราคา 40 บาทต่อจาน ซึ่งขณะนี้มีร้านอาหารในเครือข่ายกระทรวงพาณิชย์และเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสประมาณ 2.5 แสนร้าน

นางศุภจี กล่าวว่า ในจำนวนนี้หากร้านอาหารใดสมัครเข้าโครงการฯจะได้รับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านวัตถุดิบเพื่อการปรุงอาหาร ที่กำลังพิจารณาวงเงินต่อรายว่าจะสนับสนุน 3,000 บาท 5,000 บาท พัน หรือ 10,000 บาท และตั้งเป้านำร่อง 1 แสนร้านก่อน ระยะเวลาโครงการอย่างน้อย 3 เดือน กำหนดจะเริ่มได้ทันทีที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. คาดนำรายละเอียดที่ให้กรมการค้าภายในจัดทำ เสนอ ครม.ให้ได้ภายในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อจะเริ่มโครงการก่อนเดือนสิงหาคม ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้าเดือนที่ 3 พอดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 กรกฎาคม นางศุภจี เป็นประธานคิกออฟเปิดโครงการ ‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส’ ที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ผลักดันนโยบายรัฐบาลต้องการมอบโอกาสให้ประชาชนก้าวสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ ผ่านมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล

ทั้งนี้ โครงการ ‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส’ โดยได้คัดสรรธุรกิจแฟรนไชส์มาตรฐาน โดยมุ่งเน้นแพ็กเกจขนาดเล็ก เพื่อการสร้างอาชีพให้คนมีเงินทุนน้อย และต้องการมีรายได้เพิ่ม ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิ เช่น รัฐช่วยจ่าย 50% รัฐบาลจะอุดหนุนเงินทุนร่วมจ่ายค่าแพ็กเกจแรกเข้าให้ครึ่งหนึ่งทันที สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ราคาไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงการสนับสนุนทำเลค้าขายและยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ 6 เดือน

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในเดือนตุลาคมนี้ ธปท.จะยกระดับมาตรการสกัดทุนเทาให้เข้มข้นขึ้น โดยจะขยายไปสู่กรณีการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องรายงานที่มา ว่ามาจากไหน รวมถึงการแลกเงิน โดยนำเงินสด เช่น แบงก์ 1,000 บาท มูลค่า 10 ล้านบาทมาแลกเป็นแบงก์ 100 บาท หรือแบงก์ 500 บาท ก็ต้องชี้แจงเหตุผลว่าทำไมต้องแลกแบบนั้น เป็นต้น
นายวิทัย กล่าวว่า ส่วนการดูแลในส่วนที่เป็นเงินดิจิทัล ขณะนี้กำลังคุยกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ คือ การเข้าไปกำกับการซื้อขาย USDT หรือคริปโตเคอร์เรนซี ประเภท Stablecoin ที่ช่วงที่ผ่านมา มีปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติ โดยหากใช้ Data analytics เข้าไปจับ จะเห็นธุรกรรมที่พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดเผย หรือการโอนเงินตามระบบปกติอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี เรื่องนี้เป็นอำนาจโดยตรงของ ก.ล.ต. ซึ่งรายละเอียดคงต้องให้ทาง ก.ล.ต.เป็นผู้อธิบาย