หน้าแรก เศรษฐกิจ ใช้เงินกู้ให้...

ใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า หอการค้า จี้รบ.ใช้เงินกู้ 4 แสนล. สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ

13.07.26 | 06:21 น.

ใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า หอการค้าจี้รบ.ใช้เงินกู้ 4 แสนล. สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ เป็นเคพีไอวัดผลงานทีมศก.ในอีก 3 ด.

 

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึง การประเมินผลงานรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ตลอดช่วงระยะสั้นที่ผ่านมาจะครบ 90 วัน รัฐบาลต้องเผชิญกับสถานการณ์โลกรุนแรงตั้งแต่เริ่มเข้าบริหารประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา และ ตะวันออกกลาง ปะทุขึ้นช่วงเวลาเดียวกัน จึงจำเป็นต้องทุ่มเทกำลังไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก ที่ผ่านมารัฐบาลประคับประคองสถานการณ์พาประเทศผ่านวิกฤตมาได้ระดับหนึ่ง แม้ว่าปัจจัยภายนอกจะส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชะลอลงและสูญเสียจังหวะไปพอสมควร จากนี้รัฐบาลจะเข้าสู่ช่วงสำคัญของการบริหารระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารประเทศ หลังจากหลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐมีภาระการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มสะท้อนให้เห็นภาระงบประมาณสูงขึ้น แม้ขณะนี้รัฐบาลจะเริ่มนำเสนอกรอบการจัดสรรงบประมาณแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปจะประเมินผล เพราะงบประมาณปี 2570 นี้ จะเป็นงบชุดแรกสะท้อนฝีมือการบริหารอย่างแท้จริง ต่างจากช่วงก่อนหน้านี้รัฐบาลต้องทุ่มเทเวลาไปกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นส่วนใหญ่

“หวังว่าสถานการณ์โลกจากนี้จะคลี่คลายลง เพื่อให้รัฐบาลมีเวลามุ่งแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องใช้ทรัพยากรและเวลาไปกับการรับมือปัจจัยภายนอกมากจนเกินไป” นายวิศิษฐ์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีผลสำรวจความคิดเห็นคะแนนนิยมของรัฐบาลลดลง หากต้องการฟื้นความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจำเป็นต้องออกนโยบายใหม่ๆ โดยเฉพาะการต่อยอดกระแสการลงทุนจากต่างประเทศเริ่มหลั่งไหลเข้ามา แม้การลงทุนจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขการลงทุนเพิ่มขึ้น หากแต่ต้องเชื่อมโยงให้เกิดผลดีต่อการจ้างงาน ภาคเอกชน และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศด้วย ส่วนการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ ทุกกระทรวงควรเร่งปรับตัว เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอสามารถนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ทำให้การบริการโปร่งใสมากขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงาน ช่วยลดภาระของภาคเอกชนได้ในเวลาเดียวกัน ขณะนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสมจะปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ เพราะรัฐบาลยังไม่มีโอกาสแสดงผลงานด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเต็มที่จากข้อจำกัดของสถานการณ์โลก จึงควรรออีกอย่างน้อยหนึ่งไตรมาส เพื่อให้เห็นผลการบริหารและการขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนนำมาประเมินผลงานหรือพิจารณาปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการใช้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล งบประมาณทุกบาท ไม่ว่าจะเริ่มที่ 200,000 ล้านบาท หรือทั้งหมด ควรมุ่งสร้างความสามารถการแข่งขันให้แก่ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน เพื่อให้ผู้ได้รับการสนับสนุนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ไม่ใช่เป็นเพียงการอัดฉีดเงินใช้สำหรับการช่วยเหลือหมดครั้งเดียว การลงทุนครั้งนี้ของภาครัฐควรเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับศักยภาพของผู้ได้รับประโยชน์ มากกว่าการใช้จ่ายไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนในอนาคต ย้ำว่า หากเงินกู้ถูกนำไปใช้เพื่อการลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากใช้จ่ายลักษณะแจกจ่ายแล้วสิ้นสุด โดยไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนในระยะยาว ก็ถือเป็นเรื่องน่ากังวล ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้ เนื่องจากอีกประมาณ 2-3 เดือน งบประมาณปี 2570 จะเริ่มมีผลบังคับใช้เดือนตุลาคม จะเป็นจังหวะสำคัญมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลสามารถเดินหน้าควบคู่กับเม็ดเงินงบประมาณใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องเป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งความคืบหน้าของการเจรจายุติสงครามยังสะดุดเป็นระยะ ตลอดจนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการหารือกับสหภาพยุโรป (EU) หรือมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกาทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นประเด็นต้องติดตามและเจรจาใกล้ชิด

Advertisement