หน้าแรก เศรษฐกิจ คมนาคม จัดเต็...

คมนาคม จัดเต็ม 262 โปรเจ็กต์ ปี 2570 ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท ทันใช้ต้นปี 2570

13.07.26 | 16:40 น.

คมนาคม จัดเต็ม 262 โปรเจ็กต์ ปี 2570 ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท ทันใช้ต้นปี 2570

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง ผลการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน’ พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570 ว่า ผลจากการสัมมนา กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญในปี 2570 รวม 262 โครงการ วงเงินลงทุน 229,769 ล้านบาท พร้อมวางทิศทางการพัฒนาต่อเนื่องในช่วงปี 2571 – 2573 อีก 51 โครงการ วงเงินประมาณ 593,409 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การปรับโครงสร้างการเดินทางและการขนส่งของประเทศให้มี ระบบรางเป็นแกนหลัก เชื่อมต่อกับถนน รถโดยสาร ท่าเรือ และสนามบินอย่างสมบูรณ์ พร้อมกระจายการพัฒนาไปยังเมืองหลัก เมืองรอง พื้นที่เศรษฐกิจ ชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวในทุกภูมิภาค

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม จะเร่งผลักดันโครงการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า’ โดยจะเร่งออกกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 สำหรับเดินหน้ามาตรการ อัตราค่าโดยสารร่วม 17 – 45 บาท เพื่อวางระบบให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อหลายระบบได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งการเดินทางขาเดียวจะอยู่ที่ 17 ไม่เกิน 45 บาท และไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำ ขณะที่มาตรการค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิมเป็นกรณีพิเศษ คาดว่าจะสามารถเปิดใช้ระบบตั๋วร่วม 17-45 บาทได้ภายในช่วงต้นปี 2570 โดยได้หารือกับกระทรวงการคลัง และเตรียมมอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบหลังบ้าน (Back Office) เนื่องจากมีความพร้อมในการเชื่อมโยงระบบชำระเงิน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อมีการทยอยส่งมอบรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ระยะที่ 1 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ครบ 1,520 คัน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2570กระทรวงคมนาคมจะนำระบบตั๋วร่วมมาใช้กับรถโดยสารประจำทางด้วย ก่อนขยายไปสู่ระบบขนส่งทางน้ำในลำดับถัดไป โดยตั้งเป้าให้ระบบตั๋วร่วมครอบคลุมการเดินทางทั้งทางราง ทางบก และทางน้ำ ภายในกลางปี 2570

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทางกระทรวงคมนาคมจะหารือร่วมกับกรุงเทพมหานครโดยมีแนวทางให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับโอนสิทธิการบริหารโครงการกลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เพื่อรองรับนโยบายอัตราค่าโดยสาร 17-45 บาทให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะยังไม่มีการซื้อกิจการหรือทรัพย์สินจากภาคเอกชน แต่จะใช้วิธีโอนสิทธิการบริหาร ขณะที่สัญญาเดิมกับผู้รับสัมปทานยังคงมีผลตามเงื่อนไขเดิม

Advertisement

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ 2 สายสำคัญ ได้แก่ M6 ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา และ M82 บนถนนพระราม 2 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว โดย สำหรับมอเตอร์เวย์ M6 ก่อนหน้านี้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้เฉพาะบางทิศทางในช่วงเทศกาล แต่ภายในปลายปี 2569 ถึง เดือนเมษายน 2570 จะเปิดทดลองให้บริการได้ทั้งขาไปและขากลับตลอดเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ส่วนมอเตอร์เวย์ M82 แม้จะล่าช้า จากเหตุอุบัติเหตุที่ผ่านมา แต่ทางกรมทางหลวงได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความล่าช้าจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง และยืนยันว่าจะสามารถเริ่มเปิดทดลองให้บริการได้ภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ และ คาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบได้ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2570

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อื่นๆ ที่กระทรวงคมนาคม จะเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในช่วงปลายปี 2569 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2570 ประกอบด้วย โครงการมอเตอร์เวย์ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ, M5 ช่วงรังสิต-บางปะอิน และ M9 ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) รวมถึงโครงการอุโมงค์กระทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมส่วนต่อขยายเชื่อมสนามบิน เพื่อยกระดับการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม

นอกจากนี้ ยังมีโครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ด้านตะวันออก ของกรมทางหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในระยะยาว โครงการถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 (MR10) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างมอเตอร์เวย์และถนนสายหลัก รวมถึงโครงการสะพานข้ามเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งใช้งบประมาณจากเงินกู้ โดยทุกโครงการถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กระทรวงเร่งรัดให้เดินหน้าภายในปี 2569 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2570

นายชยธรรม์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการถึงบริเวณดาวคะนองได้ภายในปลายปี 2569 ขณะที่งานก่อสร้างจุดเชื่อมต่อกับสะพานทศมราชันในสัญญาที่ 3 อยู่ระหว่างเร่งรัด และคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2570 ตามแผนที่กำหนดไว้