‘วราวุธ’ ประธานเปิดโซลาร์รูฟท็อปใหญ่สุดอีสาน หนุนไทยสู่ Net Zero เปิดสินเชื่อดอกเบี้ย 3%
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ จ.นครราชสีมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดยระบุว่า พลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุน การส่งออก และขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญของโลก ความร่วมมือของบริษัท ซีเกท ในโครงการดังกล่าว เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่สามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและจะเป็นต้นแบบสำคัญให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต
นายวราวุธกล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้ใช้พลังงานคิดเป็นประมาณ 40% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และการลดต้นทุนด้านพลังงาน จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงดูดการลงทุนและรักษาฐานการผลิตของไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป การใช้เครื่องจักรประสิทธิภาพสูง และการพัฒนาบุคลากรด้านระบบพลังงานสมัยใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

นายวราวุธกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ของบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด สาขา จ.นครราชสีมา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 120,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 75 ไร่ มีขนาดประมาณ 21 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 29 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นประมาณ 6% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของโรงงาน และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 15,900 ตันต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ESG หรือสิ่งแวดล้อม, สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของอุตสาหกรรมโลกในปัจจุบัน การรักษาสิ่งแวดล้อมและการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero ปี 2050 ตามนโยบายของรัฐบาล ถือเป็นกลไกสำคัญ และโครงการนี้จะมีส่วนช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นคง
นายวราวุธกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังผลักดันการใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ด้านประสิทธิภาพพลังงาน โดยปัจจุบันมี 41 มาตรฐาน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำคัญในด้านแผงเซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากชีวมวลและขยะ รวมถึงอุปกรณ์ประกอบระบบ อาทิ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และสายไฟ ขณะเดียวกัน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อยู่ระหว่างผลักดันให้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นสินค้าควบคุมตามมาตรฐานบังคับ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2570 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน

นายวราวุธกล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยธนาคารพัฒนาเอสเอ็มอี (SME D Bank) ได้จัดเตรียมสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตสีเขียว (Green Production) วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป การปรับปรุงสายการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนระบบโลจิสติกส์มาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งนี้ วงเงินกู้ยืมมีอัตราดอกเบี้ย 3% ในช่วง 3 ปีแรก ส่วนปีที่ 4 ถึงปีที่ 10 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR โดยปัจจุบันยังเหลือวงเงินกู้ให้อีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการ SMEs และ SMEm ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสามารถขอรับการสนับสนุนผ่านโครงการสินเชื่อได้
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการโซลาร์รูฟท็อปของซีเกท ประกอบด้วย นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางอัษฎาพร ไกรพานนท์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมยินดี

