‘นภินทร’ เผยเดินหน้าโครงการต่างๆช่วงนี้ ไม่เกี่ยวถูกขู่ประเมินKPI แจงโครงการต่อเนื่องจากรบ.อนุทิน1

14.07.26 | 10:15 น.
นภินทร

‘นภินทร’ งัดโครงการ ‘ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส’ ช่วยผู้ประกอบการตัวเล็ก 1 หมื่นราย ขยับเศรษฐกิจให้โตขึ้น ลั่น งานเดินไม่เกี่ยวนายกฯขู่ประเมินเคพีไอ แจงเป็นโครงการต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 กรกฏาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ถึงการขับเคลื่อนการทำงานของ สสว.ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็ก 99% ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนไม่ถึงร้อยละ 1 มีสัดส่วนจีดีพีสูงถึงร้อยละ 65 สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างผู้ประกอบการรายเล็กกับรายใหญ่ รวมถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยที่ยังอยู่ในระดับสูง

โดยเป้าหมายของรัฐบาล ต้องการผลักดันจีดีพีของประเทศ 40% ภายในเวลา 10 ปี และตั้งเป้าจะดันให้รายได้จีดีพี 15,000 เหรียญสหรัฐ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีรายได้สูง ภายใน 12 ปี โดยสสว.จึงอนุมัติวงเงิน 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในโครงการ “ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์สร้างอาชีพพลัส” คัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ กว่า 100 อาหารแฟรนไชส์ โดยแบ่งเป็นอาหารเครื่องดื่ม 60% และบริการ 40% เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ยังไม่มีอาชีพ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอ สามารถเริ่มต้นประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีรายได้น้อยและสนใจเข้าร่วมโครงการและสามารถดูรายละเอียดได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่จะช่วยในเรื่องของค่าแรกเข้าไม่เกิน 10,000 บาท และช่วยคัดเลือกทำเลร่วมกับเอกชน และในพื้นที่ห้างสรรพสินค้า 2,000 สาขา รวมถึงสมาคมตลาดสด กว่า100 ตลาด มีจุดขายกว่า 10,000 จุด พร้อมกับลดค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน หากผู้ประกอบการต้องการกู้เงิน มีธนาคารเข้ามารองรับอาทิ ธนาคารกรุงไทย ที่จะช่วยเรื่องดอกเบี้ย 3% เป็นต้น

นายนภินทร กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการต่างๆในช่วงเวลานี้ไม่เกี่ยวกับที่นายกรัฐมนตรี ระบุเรื่องการประเมินเคพีไอการทำงานของรัฐมนตรี แต่เนื่องจากโครงการต่างๆจะทยอยออกมาต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 และจะได้เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนในช่วงไตรมาส 3 และ 4 นี้ และเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เอสเอ็มอี มีรายได้ที่ดีขึ้น โดยปีนี้ตั้งเป้าขยับขึ้น 1-2 % สืบเนื่องจากตัวเลขในช่วงไตรมาสหนึ่ง มีการเติบโตขึ้น ทั้งนี้งานในกำกับดูแลของตนยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องทำ เช่น สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ต้องขับเคลื่อนสภาพการค้าจากที่ลดลงให้ดีขึ้น