หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.หอการค้า แ...

ปธ.หอการค้า แนะคุม 3 ความเสี่ยง รับมือวิกฤตฮอร์มุซ ลุ้น 24 ก.ค. สหรัฐเคาะภาษีนำเข้า

15.07.26 | 12:34 น.

ปธ.หอการค้า แนะคุม 3 ความเสี่ยง รับมือ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้น 24 ก.ค. สหรัฐสรุปมาตรการภาษีนำเข้า

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่อาจมีแนวโน้มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเป็นเวลาไม่นานหลังจากที่ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิง (MOU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งทางเรือผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง ความผันผวนของอัตราค่าระวางเรือและค่าประกันภัย รวมทั้ง ราคาพลังงานที่อาจกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจน ความเพียงพอของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมภาคการผลิต

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการตัวแทนสายการเดินเรือ ให้ข้อมูลว่า สายการเดินเรือมีการเตรียมความพร้อมจากสถานการณ์ความขัดแย้งในรอบที่ผ่านมา โดยปัจจุบันสายการเดินเรือ มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือโดยไปเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Khor Fakkan ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และ ท่าเรือ Salalah/ Sohar ของประเทศโอมาน แทนการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนเส้นทางที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น สายเดินเรือมีการประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง จึงทำให้ยังมีเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซจำนวนน้อยมาก

ดร.พจน์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ผู้ประกอบการไม่ควร ตระหนกจนเกินไปแต่ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมเผย ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย

1.ติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะด้านราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง
2.ประเมิน Stock วัตถุดิบและสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้ง เตรียมแผนสำรองเพื่อจัดหาวัตถุดิบและสินค้ากรณีเกิดการขาดแคลนในอนาคต
3.ประสานสายการเดินเรือและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์เพื่อหาแนวทางและเส้นทางในการขนส่งสินค้าผ่านตะวันออกกลาง โดยมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่เหมาะสมที่สุด

Advertisement

นายพจน์ ย้ำว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมเป็นสื่อกลางรับฟังข้อเสนอแนะจากเครือข่ายสมาชิกหอการค้าฯที่ได้รับผลกระทบ โดยจะประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในระลอกนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การขนส่ง และความมั่นคงทางพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ดังเช่นที่เคยร่วมกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาตะวันออกกลาง ผ่านกลไกของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นต้องติดตามประเด็นมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐทั่วโลก ตามมาตรา 122 และ 301 ที่กำลังจะหมดอายุ 24 กรกฎาคม จะได้ข้อสรุปว่าแต่ละประเทศเจอภาษีเท่าไหร่

“ที่เรากังวลคือเกรงว่าสหรัฐ จะต่ออายุมาตรการไปเรื่อยๆ ผ่านมาตรการใหม่ อย่างไรก็ตาม จากตัวเลขส่งออกครึ่งปีแรกที่สูงเกิน2 หลัก และการส่งออกยังไม่มีปัจจัยอะไรรุนแรงกว่าเดิม ทิศทางหลังปีนี้ ยังบวกได้ต่อ ดังนั้น ทั้งปีนี้ ก็น่าจะขยายตัว 8-10% ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้” นายพจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่าง 15-17 กรกฏาคม เพื่อชี้แจงกับหน่วยงานในสหรัฐ และเจรจาให้ได้อัตราต่ำที่สุด คาดหวังไม่เกิน 10%