ที่ปรึกษา รมช. เกษตรฯ แนะใช้แล็บกลาง ตรวจปลากระป๋อง – จี้กรมประมงต้องแจงสังคม
ตรวจปลากระป๋อง – เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคฝ่ายค้าน พร้อมด้วยผู้แทนจากมูลนิธิชีววิถี(Bio Thai) ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบปลากระป๋อง จากโรงงานแห่งหนึ่งที่เคยถูก สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา (อย.) อายัติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังมีประชาชนเกิดข้อสงสัยว่าปลาที่นำมาผลิตไม่ใช่ปลาแมคเคอเรลตามที่ฉลากระบุ
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นปลาหมอคางดำหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบตัวอย่างโดยกรมประมง จากตัวอย่างที่ อย. ส่งมาให้ตรวจสอบ 3 ตัวอย่างนั้น พบว่า เป็นปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 1 ตัวอย่าง และ ปลานิลในซอสมะเขือเทศ 2 ตัวอย่าง ซึ่งขัดกับผลการตรวจสอบวิเคราะห์ที่มูลนิธิชีววิถีนำส่งให้ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กลับพบว่าปลาในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น ปลาหมอคางดำ นั้น
หลังจากทราบเรื่อง นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งชี้แจงสาเหตุของผลการตรวจสอบที่ไม่ตรงกัน แล้ว
นายธีระชัย กล่าวว่า ในส่วนของตน ได้เสนอแนวทางที่จะช่วยคลายข้อสงสัยของสังคม โดยใช้ห้องแล็บกลางในการตรวจสอบทั้งตัวอย่างที่กรมประมงได้รับ และตัวอย่างที่ทางฝ่ายค้านนำมาตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามวิธีการและมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งทราบว่าปลากระป๋องที่กรมประมงได้รับ และทางที่ฝ่ายค้านเข้าตรวจสอบถึงแม้ว่าแหล่งที่มามาจากโรงงานเดียวกันแต่เป็นคนละตราสินค้า (ยี่ห้อ) ส่วนตัวมองว่าเปรียบเทียบได้ยาก อีกทั้งยังมองว่าควรมีการตรวจสอบทั้งหมดทุกโรงงานผลิต เพื่อให้ประชาชน เกิดความมั่นใจ ได้บริโภคสินค้าตามฉลาสินค้าที่ระบุ ทั้งนี้หากมีการนำปลาหมอคางดำหรือปลาชนิดอื่นไปผลิตเป็นปลากระป๋องโดยไม่ตรงตามฉลากสินค้า ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคอย่างรุนแรง ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะ อย. ต้องมีมาตรการเอาผิดขั้นเด็ดขาด
“ทั้งหมดมันควรการตรวจสอบด้วยห้องแล็บกลาง จะเป็นการคลายข้อสงสัยที่ สส.ฝ่ายค้าน และมูลนิธิชีววิถี มองว่าการตรวจสอบของกรมประมงมีความไม่ละเอียดเพียงพอ และ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนด้วย”นายธีระชัย กล่าว
นายธีระชัย กล่าวว่า กรมประมงจะต้องชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาได้ส่งข้อมูลการตรวจสอบให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบ พร้อมยืนยันความถูกต้องมาโดยตลอด ซึ่งหากมีการรายงานข้อมูลผิดพลาด จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาครัฐฯซึ่งหาก ตรวจสอบภายหลังพบว่าข้อมูลที่อธิบดี กรมประมงส่งให้ รัฐมนตรีช่วยชี้แจงเป็นข้อมูลที่ไม่ตรง และทำให้ กระทบต่อภาพลักษ์ของรัฐบาล อธิบดี ประมงต้องรับผิดชอบเช่นกัน
ชี้หมอคางดำแปรรูปได้ ต้องติดฉลาก
นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงจากกรณีที่มีผู้บริโภคตั้งข้อสงสัย ว่า ปลาในกระป๋องที่บริโภคไม่ใช่ปลาแมคเคอเรลตามที่ระบุบนฉลาก แต่มีลักษณะคล้ายปลานิลหรือปลาหมอคางดำ จนนำไปสู่การร้องเรียนและตรวจสอบอย่างจริงจัง ว่า จริงๆแล้ว ปลาหมอคางดำสามารถนำมาทำปลากระป๋องได้จริง เพราะเป็นปลาในวงศ์เดียวกับปลานิล แต่ต้องมีการขออนุญาตในการผลิตให้ถูกต้อง ทั้งนี้ตนมองว่าหากมีการสนับสนุนให้มีการแปรรูปเป็น ‘ปลากระป๋องปลาหมอคางดำ’ อย่างเป็นทางการ จะช่วยลดและควบคุมจำนวนประชากรปลาต่างถิ่น(เอเลี่ยนสปีชีส์)ชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติไปในตัวพร้อมเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญคือผู้ผลิตต้องระบุชนิดปลาให้ชัดเจนบนฉลาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค เพราะการแสดงฉลากไม่ตรงความจริง ถือเป็นอาหารปลอม และมีโทษที่ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522

