หน้าแรก เศรษฐกิจ พาณิชย์เร่งเค...

พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA รับโลกผันผวน ใช้สิทธิแตะ 81.41% ดัน SME บุกตลาดใหม่

16.07.26 | 12:46 น.

พณ.เร่งธุรกิจไทยใช้สิทธิ FTA รับมือโลกผันผวน โชว์แตะ81.41%

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เดือนเมษายน 2569 รวม 31,772.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.19% และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 81.41% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA โดย อันดับ 1 เป็นการส่งออกไปยังอาเซียนภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มูลค่า 10,622.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสัดส่วนการใช้สิทธิ 69.01% อันดับ2 เป็นการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) มูลค่า 8,509.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 93.03% อันดับ3 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 5,007.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 82.16%อันดับ4 ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 2,387.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 84.10% อันดับ 5 ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 1,984.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 58.44%

สำหรับสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ในเดือนเมษายน ปี 2569 ได้แก่ 1. ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ 2. ทุเรียนสด 3.เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ 4. เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ และ 5. ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ

เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียนสด เนื้อไก่ปรุงแต่ง น้ำตาลที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นของไก่แช่เย็นจนแข็ง และ เงาะ ลำไย ทับทิมสด มูลค่ารวม 7,650.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 24.08% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่นๆ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ และ เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง มูลค่ารวม 24,121.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 75.92% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

Advertisement

“ภาพรวมการค้าโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ขณะเดียวกัน FTA ได้ก้าวจากการเป็นเครื่องมือลดอุปสรรคทางภาษี สู่การเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการค้าและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก กรมการค้าต่างประเทศจึงเร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อกระจายความเสี่ยง ขยายตลาดสู่ประเทศคู่ค้าใหม่ พร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสีเขียว เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว” นางอารดา กล่าว

นางอารดา กล่าวว่า กรมยังคงเดินหน้าทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้นำองค์ความรู้ด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ สามารถพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้แล้วมากกว่า 1,400 ราย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6–7 กรกฎาคม 2569 ได้ลงพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “FTA GO! ขับเคลื่อนการค้า เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย” ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน FTA พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ ทางการค้าภายใต้ FTA และการปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกับการเร่งขยายโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการไทยด้วยโครงการ “Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA” โดยมุ่งเจาะตลาด FTA 3 ตลาดศักยภาพ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย ซึ่งล้วนเป็นตลาดส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงและสามารถต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทย