หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนัฏ ลั่น ใ...

เอกนัฏ ลั่น ให้ 3 การไฟฟ้า แบกรับต้นทุนค่าไฟสาธารณะ 1.8 หมื่นล้าน – เลิกสัญญาแอดเดอร์

16.07.26 | 13:59 น.

เอกนัฏ ลั่น ให้ 3 การไฟฟ้า แบกรับต้นทุนค่าไฟสาธารณะ 1.8 หมื่นล้าน – เลิกสัญญาแอดเดอร์

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงแนวทางตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการปรับโครงสร้างพลังงาน โดยเตรียมถอดค่าไฟสาธารณะมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาทต่อปีออกจากบิลค่าไฟของประชาชนอย่างถาวร พร้อมเดินหน้าแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม และจัดระเบียบการคิดค่าไฟสำหรับธุรกิจ Data Center ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

นายเอกนัฏ กล่าวว่า หลัง กพช. มีมติถอดค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน เบื้องต้นจะให้ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกันบริหารจัดการภาระดังกล่าว โดยรัฐบาลจะหาแหล่งเงินชดเชยจาก 3-4 แนวทาง ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ด้านพลังงาน

“ที่มาของรายได้นี้ ในที่สุดจะมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในระบบ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ทั้งการเร่งเจรจายกเลิกสัญญาแอดเดอร์ที่ผูกกันไว้ชั่วนิรันดร์ ไปซื้อไฟราคาแพง ก็ต้องซื้อให้ถูกลง รวมถึงการเปิดตลาดเสรีไฟสะอาดภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการไฟฟ้าจะมีค่าดูแลโครงข่ายมาช่วยรับผิดชอบค่าไฟสาธารณะ” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขสัญญาระหว่างรัฐกับโรงไฟฟ้าเอกชนว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ 2 ส่วน ได้แก่ ค่าพร้อมจ่าย (AP) และค่าแอดเดอร์ (Adder) โดยเฉพาะแอดเดอร์ส่วนที่ 2 ซึ่งหมดช่วงรับโบนัส 10 ปีแรกแล้ว แต่ยังมีการต่ออายุสัญญาอัตโนมัติทุก 1-5 ปี โดยไม่มีจุดสิ้นสุด รวมถึงมีการนำค่า Ft มาคำนวณเพิ่มเติม แม้เป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง

“มันไม่มีเชื้อเพลิง แสงแดดไม่ได้มีราคา จะใส่ Ft ไว้ได้อย่างไร ต้นทุนวันนี้ 2.16 บาท ไปคิดค่าขายส่งที่ 3 บาท บวกกว่าปกติ 1 บาท ดังนั้น กพช. มีมติให้ 3 การไฟฟ้าเรียกเอกชนมาปรับแก้สัญญา ถ้าจะขายก็ต้องขายในราคา 2.16 บาท ดำเนินการทันที” นายเอกนัฏ กล่าว

Advertisement

ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนอาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการปรับแก้สัญญา นายเอกนัฏ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายและสำนักงานอัยการสูงสุดได้เตรียมความพร้อมรับมือไว้แล้ว พร้อมยืนยันว่าจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แม้อาจมีความเสี่ยงด้านข้อพิพาท

“เรื่องจะถูกฟ้องกลับ เราต้องทำใจ หากไม่สู้ก็ต้องอยู่กับสัญญาทาสแบบนี้ไปชั่วนิรันดร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ การต่อสัญญาแบบไม่มีวันสิ้นสุดไม่มีใครเขาทำกัน หากยกเลิกก็ขายไฟไม่ได้ แต่หากเจรจากัน แทนที่จะขาย 3-4 บาท ก็ไปขายเรทที่ 2.16 บาท” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวถึงการจัดระเบียบธุรกิจ Data Center ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่า ปัจจุบัน Data Center ได้รับอัตราค่าไฟในประเภทผู้ใช้ไฟภาคอุตสาหกรรมทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อหน่วย ซึ่งมองว่าไม่สะท้อนต้นทุนที่ประเทศต้องแบกรับ โดยเฉพาะภาระค่าพร้อมจ่ายจากโรงไฟฟ้าที่ต้องสำรองกำลังผลิตไว้

“ไปดูราคาที่สิงคโปร์ขายไฟให้ Data Center อยู่ที่ 8 บาท วันนี้มี Data Center มารอขอใช้ไฟ แต่หากไม่จัดระเบียบ ก็จะใช้ไฟในเรทอุตสาหกรรมทั่วไปที่ถูกมาก ขณะที่ต้นทุนที่เราต้องจ่ายให้โรงไฟฟ้าที่นิ่งเฉย ก็จะมี Data Center มารับผิดชอบ” นายเอกนัฏ กล่าว

ทั้งนี้ กพช. มีมติให้แยก Data Center ออกจากประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป เป็นผู้ใช้ไฟประเภทใหม่ เพื่อกำหนดอัตราค่าไฟที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนการนำเข้า LNG รวมถึงภาระด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยรายได้จากส่วนดังกล่าวจะนำมาช่วยลดภาระค่าไฟของประชาชน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า Data Center จะถูกกำหนดเป็นผู้ใช้ไฟอีกประเภทหนึ่ง โดยจะต้องมีเกณฑ์กำกับเรื่องการใช้ทรัพยากร ทั้งไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระเพิ่มเติมต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า