หน้าแรก เศรษฐกิจ จับตา กก.สรรห...

จับตา กก.สรรหา สอบคุณสมบัติประธานกสทช. ประเด็นสถานะ แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง

16.07.26 | 15:38 น.

จับตาคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ประเด็นสถานะ ‘แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง’

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงเป็นที่จับตา โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะการปฏิบัติงานในฐานะแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดีในช่วงเวลาก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. ว่าเข้าลักษณะเป็น “พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ” ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

แหล่งข่าวระดับสูงในวงการแพทย์ให้ความเห็นว่า แพทย์ที่ปฏิบัติงานในลักษณะ “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” หรือ Doctor Fee ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบพนักงานค่าตอบแทน (ลูกจ้างเงินรายได้) หรือทำสัญญาจ้างปฏิบัติงานและสัญญาจ้างบริการ ต่างต้องทำสัญญากับคณะแพทยศาสตร์ก่อนเริ่มปฏิบัติงานทั้งสิ้น เนื่องจากโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับหน่วยงานของรัฐอย่างชัดเจน

แหล่งข่าวระบุว่า การที่ค่าตอบแทน Doctor Fee ถูกจัดเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) ในฐานะเงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ เป็นเพียงการจัดประเภทเงินได้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี มิใช่ข้อยืนยันสถานะการจ้างงาน และไม่สามารถนำมาใช้สรุปได้ว่าแพทย์ผู้รับค่าตอบแทนไม่มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ

ในมุมมองของแหล่งข่าว ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การพิจารณาความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับหน่วยงานของรัฐ มากกว่าการพิจารณาจากชื่อเรียกของสัญญาหรือประเภทของเงินได้ โดยสอดคล้องกับหลักกฎหมาย Substance over Form หรือการพิจารณาสาระสำคัญเหนือรูปแบบ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยประเด็นสถานะการจ้างงานในหลายกรณี

สถานะแพทย์ Doctor Fee ในโรงพยาบาลของรัฐแตกต่างจากการประกอบวิชาชีพในโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และในหลายกรณีค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าตอบแทนเกี่ยวข้องกับงบประมาณของรัฐ จึงมีลักษณะความสัมพันธ์กับหน่วยงานของรัฐแตกต่างจากการประกอบวิชาชีพอิสระโดยทั่วไป

Advertisement

สำหรับประเด็นดังกล่าว มีการเชื่อมโยงไปถึงมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำหนดว่าผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ กสทช. ต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ เพื่อคุ้มครองความเป็นอิสระขององค์กรและป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

ทั้งนี้ การตีความว่าการปฏิบัติงานในฐานะแพทย์ Doctor Fee เข้าข่ายเป็นการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละกรณี โดยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ได้รับการสรรหาอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อันเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อความถูกต้องตามกฎหมายและความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แถลงว่า ไม่มีปัญหาขัดคุณสมบัติการเป็นประธาน กสทช.แต่อย่างใด พร้อมทั้งสรุปรายงานผลการตรวจสอบโดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และนับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ มีสถานะเป็น “แพทย์ตอบแทนรายชั่วโมง” ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพอิสระ (วิชาชีพเวชกรรม) “มิได้มีสถานะเป็น พนักงานมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด”