หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดหลักฐาน ช...

เปิดหลักฐาน ชี้ชัด นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติประธานกสทช. เป็นลูกจ้างรับค่าตอบแทนอื่น

17.07.26 | 12:52 น.

เปิดหลักฐาน ชี้ชัด นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติประธานกสทช. เป็นลูกจ้างรับค่าตอบแทนอื่น

วันที่ 17 กรกฎาคม จากกรณีที่ นายวิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุดในฐานะเลขาเลขานุการคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายการประชุมว่า ที่ ประชุมมีมติ เป็นเอกฉันท์ว่า นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา8 (2)แห่งพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการกสทชตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564

รายงานข่าวแจ้งว่่า สำหรับหลักฐานที่คณะกรรมการสรรหาฯ นำมาใช้พิจารณาก่อนมีมติ ได้แก่ หนังสือสำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ลับ ด่วนที่สุด ที่ อว 78/ ล 01149 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 เรื่อง ชี้แจงข้อมูลพร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถึงประธานคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา

และหนังสือกรมสรรพากร ลับ ด่วนที่สุด ที่ กค 0701/400 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำหน้าที่และการรักษาคนไข้ และข้อมูลรายได้ เอกสารหลักฐานรายได้ของศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในช่วงวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565

โดยแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ และ ข้อมูลแสดงหลักฐานการจ่ายค่าตอบแทน ดังนี้

Advertisement

1. ข้อมูลการทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ มีสถานะเป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” ทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ของคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง ดังนี้

1.1 ช่วงเวลา 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 นายแพทย์ สรณฯ มีสถานะเป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” ได้รับค่าตอบแทนตามหลักฐานการจ่ายค่าตอบแทนในการปฏิบัติงาน มีหลักฐานการแจ้งผลการคัดค้นข้อมูลภาษีอากรตามหนังสือกรมสรรพากร ลับ ด่วนที่สุด ที่ กค 0701/400 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ว่าศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณฯ มีรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรด (ภ.ง.ด. 90) ในปีภาษี 2564 ที่แสดงรายละเอียด เงินรายได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1) คือ เงินเดือน ได้รับจากมหาวิทยาลัยมหิดล

1.2 ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ที่ได้แจ้งว่าต่อมา มีสถานะเป็น “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” โดยได้รับค่าตอบแทนที่เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากค่าหัตถการ ค่า Doctor fee Premium และค่าหัตถการ Premium ในเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน 2565 ประกอบกับมีหลักฐานการแจ้งผลการคัดค้นข้อมูลภาษีอากรตามหนังสือกรมสรรพากร ลับ ด่วนที่สุด ที่ กค 0701/400 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ว่าศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณฯ มีรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรด (ภ.ง.ด. 90) ในปีภาษี 2565 ที่แสดงรายละเอียด เงินรายได้พึงประเมิน 3 ประเภท คือ เงินรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) คือ เงินเดือน ได้รับจากสำนักงาน กสทช.

เงินรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) คือ ค่าวิชาชีพอิสระ ประกอบโรคศิลปะ จากมหาวิทยาลัยมหิดล

และเงินรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) คือ เงินรายได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ จาก บริษัท เมอร์ค จำกัด

เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 ประกอบกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลลูกจ้างเงินรายได้ พ.ศ. 2561 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับ 2) พ.ศ.2565 และประกาศมหาวิทยาลัย เรื่องชื่อตำแหน่ง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 จะทำให้เห็นได้ว่า “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” ถือเป็น ลูกจ้างที่มีสถานะเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ตามนิยามคำว่า “ลูกจ้าง”

และเมื่อได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงจึงเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่มีสถานะเป็น “พนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล” ที่ได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง ที่สอดคล้องกับศาสตราจารย์นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาลัยมหิดล ลงนามหนังสือ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 โดยมีนายประภพ มิตรสงเคราะห์ รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ รับรองว่าศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ มีสถานะเป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565

ขณะที่ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา 18 กำหนดว่า “ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการซึ่งยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) หรือ (3) อยู่ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วนั้นต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ในกรณีที่ไม่ได้แสดงหลักฐานภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ และให้ดำเนินการสรรหาใหม่….” และ
มาตรา 8 กำหนดว่า “…..กรรมการต้อง (2) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ… (3) ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใดที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ” ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ได้รับจากสำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมสรรพากร แล้ว

ทำให้ได้ข้อสรุป ดังนี้

1.สถานะภาพของศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ ในช่วงตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 ถึงก่อนวันที่ 8 มกราคม 2565 เป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งแพทย์ กลุ่มวิชาชีพเฉพาะ” ตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 ประกอบกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยลัยมหิดล พ.ศ. 2551 และประกาศมหาวิทยาลัย เรื่องชื่อตำแหน่ง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551

2.สถานะภาพของศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณฯ ในช่วงตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 เป็น “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” ที่ถือเป็น “ลูกจ้างที่มีสถานะเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล” ตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 ประกอบกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลลูกจ้างเงินรายได้ พ.ศ. 2561 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับ 2) พ.ศ.2565 และประกาศมหาวิทยาลัย เรื่องชื่อตำแหน่ง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551

3.จากสถานะภาพตามข้อ 2 จึงทำให้ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) เนื่องจากยังคงมีสถานะเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” ที่ถือเป็น “ลูกจ้างที่มีสถานะเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล” อยู่จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. คือ 13 เมษายน 2565

4.จากสถานะภาพตามข้อ 2 ประกอบกับข้อเท็จจริงที่มีการแสดงรายได้จากค่าวิชาชีพอิสระ ประกอบโรคศิลปะ จากมหาวิทยาลัยมหิดลในปีภาษี 2565 และรายละเอียดรายได้ที่ได้รับยังคงมีอยู่จนถึงเดือนพฤษภาคม 2565 จึงทำให้ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8 (3) ที่ยังคงประกอบวิชาชีพอิสระอื่นใดที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ อยู่จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. คือ 13 เมษายน 2565

5.นอกจากนั้นจากสถานะภาพตามข้อ 2 ประกอบกับข้อเท็จจริงที่มีการแสดงรายได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ จาก บริษัท เมอร์ค จำกัด เป็นการยังคงประกอบวิชาชีพอิสระอื่นอีก จึงทำให้ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณฯ มีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8 (3) ที่ยังคงประกอบอาชีพอื่นใดที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ อยู่จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. คือ 13 เมษายน 2565