คลังแจงวุ่น โอนลอยรถ-สูงอายุมีชื่อเป็นนักศึกษา อดได้สิทธิ์บัตรคนจน อุทธรณ์ได้รู้ผล 21 ก.ย.
วันที่ 17 กรกฎาคม นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 มีผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 9,506,531 คน โดยมีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18,820,784 คน และมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 9,314,253 คน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้รับทราบถึงปัญหาและความสับสนของประชาชน จึงได้เร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการแก้ไข โดยยืนยันว่าเป้าหมายหลักของโครงการคือการช่วยเหลือกลุ่มที่เปราะบาง ลำบาก และมีรายได้น้อยที่สุดในสังคม
นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับความกังวลเรื่องงบประมาณนั้นกระทรวงการคลังยืนยันว่าหากจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์มีมากจนเงินงบประมาณที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ รัฐบาลก็พร้อมที่จะหาเงินมาเพิ่มให้ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่จะต้องดำเนินการขอและจัดหางบประมาณมาสนับสนุนให้ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิทุกคน ขอให้ประชาชนที่เดือดร้อนจริงมั่นใจได้ว่า หากผ่านการพิสูจน์สิทธิอย่างถูกต้องแล้ว รัฐบาลพร้อมดูแลและให้สวัสดิการอย่างเต็มที่โดยไม่มีการจำกัดจำนวนอย่างแน่นอน
นายวินิจ กล่าวว่า ขณะนี้พบความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารเกี่ยวกับเกณฑ์การครอบครองยานพาหนะ เช่น ในระบบมีการระบุคำว่า “รถยนต์” แต่ตามข้อกฎหมายต้องใช้คำว่า “รถ” ซึ่งครอบคลุมยานพาหนะทุกประเภท ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องที่สุดภายในสิ้นวันนี้
ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการไม่ผ่านเกณฑ์การครอบครองยานพาหนะนั้น หากผู้ยื่นลงทะเบียนได้เซ็นโอนลอยยานพาหนะแล้ว แต่ผู้รับโอนยังไม่นำเอกสารไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง ทำให้ชื่อยังคงปรากฏอยู่ในระบบ ผู้ยื่นสามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อขอทบทวนสิทธิได้
ส่วนกรณีที่มีชื่อครอบครองรถหลายคัน แต่บางคันไม่ได้ใช้งานจริง เช่น มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ใช้งานจริงเพียง 1 คัน ส่วนอีกคันซื้อมาเป็นเวลานานและอยู่ในสภาพชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ ก็สามารถนำหลักฐานประกอบการพิจารณาเพื่อขอทบทวนสิทธิได้เช่นกัน และจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่จริงด้วย หากยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง ผู้ลงทะเบียนจะได้รับสิทธิคืนมา
นายวินิจ กล่าวว่า ส่วนกรณีผู้สูงอายุ ไม่ผ่านเกณฑ์คัดกรอง โดยระบบแสดงสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาจนทำให้เสียสิทธิ์ กระทรวงการคลังจะทำการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (Data Cleansing) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าจะไม่นำความผิดพลาดของระบบฐานข้อมูลมาเป็นข้ออ้างในการตัดสิทธิ์ประชาชนอย่างเด็ดขาด
นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และต้องการยื่นอุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะดึงรายชื่อให้เข้ารับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสไปก่อนในระหว่างรอผล และหากผลการพิจารณาอุทธรณ์ผ่าน (ประกาศผลวันที่ 21 กันยายน 2569) ระบบจะทำการสลับสิทธิ์กลับมาให้เป็นผู้ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐตามปกติ โดยจะเริ่มรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ แต่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เดือนละ 1,000 บาท ทันที ด้วยการกดยืนยันรับสิทธิในแอปเป๋าตัง ตั้งแต่เดือนส.ค.-ก.ย. 2569 โดยกระทรวงการคลัง จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ก.ค. 2569 นี้ จำนวน 6 ล้านราย เพื่อครอบคลุมจำนวนกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าได้กังวล หากไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส
“ในส่วนของประชาชนที่หลั่งไหลไปติดต่อที่ธนาคารทั้ง 5 แห่ง กระทรวงการคลังขอความเห็นใจให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่กำลังพยายามดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากในปัจจุบันสาขามีการลดจำนวนพนักงานลงตามเทคโนโลยี ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังเร่งปรับปรุงข้อความเงื่อนไขในระบบให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น” นายวินิจ กล่าว



