ความตั้งใจของ ‘เทศบาลนครยะลา’ ในการส่งต่อคุณค่าและเรื่องราวดีๆ จากแดนใต้ ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างงดงามตลอด 3 วันเต็ม ผ่านผลงานสร้างสรรค์ของ 15 แบรนด์ท้องถิ่น ที่เดินทางมาร่วมจัดแสดงในงาน ‘Grand Halal Bangkok 2026’ ณ ไบเทค บางนา เมื่อช่วงวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
ตลอดระยะเวลาจัดงานสามวันเต็ม พื้นที่แสดงสินค้าของดีเมืองยะลา ทั้งในกลุ่มอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม เสื้อผ้าแฟชั่น และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ กลายเป็นจุดนัดพบอันคึกคักที่หอบเอาเสน่ห์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมามัดใจผู้คนอย่างล้นหลาม บรรยากาศที่เป็นกันเองและเสียงทักทายที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำเอาคนทำแบรนด์หายเหนื่อยและยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน
เพราะกระแสตอบรับในปีนี้หลั่งไหลเข้ามาจากหลากหลายเจเนอเรชันและหลากสัญชาติ ซึ่งเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก โดยเมื่อเจาะลึกไปถึงความสำเร็จในพื้นที่สร้างสรรค์ตรงนี้ จะเห็นภาพชัดเจนเลยว่า ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดยะลาที่ผ่านการยกระดับด้วยนวัตกรรมและมาตรฐานสากล สามารถดึงดูดความสนใจจากทั้งผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มคู่ค้าธุรกิจรายใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ
ของดีเมืองยะลาเนื้อหอม ต่างชาติต่อคิวดีล-ทุนใหญ่ทาบลงโมเดิร์นเทรด

ภาพความสำเร็จนี้เห็นได้ชัดจากกลุ่มอาหารและของว่างพื้นถิ่น ซึ่งนำทัพโดย น้ำพริกสูตรแม่ผัว น้ำพริกปลาคั่วแห้งโฮมเมดสูตรลับก้นครัวที่ให้รสชาติใต้แท้จัดจ้านกลมกล่อม และ กล้วยหินทอดกรอบ ตรานังตา ที่นำกล้วยหินบันนังสตาผลไม้ขึ้นชื่อมาแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยวแผ่นบางกรอบ การันตีด้วยเครื่องหมาย GI ซึ่งนอกจากจะมัดใจลูกค้าชาวไทยจนต้องซื้อติดมือกลับบ้านแล้ว เสน่ห์ของรสชาตินี้ยังไปสะดุดตากลุ่มนักธุรกิจและคู่ค้าต่างชาติอย่างจัง
โดยตัวแทนจากกลุ่มอาหารพื้นบ้าน ได้บอกเล่าถึงกระแสตอบรับในงานครั้งนี้ว่า “ถือเป็นการเปิดตลาดครั้งแรกที่เกินคาดมาก ตอนแรกตั้งใจแค่มาออกบูธธรรมดาๆ ให้คนรู้จัก แต่ผลตอบรับดีเกินจริง คนไทยแวะมาชิมแล้วชอบรสชาติกันเยอะมาก เรียกว่าถ้าได้ชิมคือติดใจซื้อกลับแทบทุกคนเลย
“ที่เซอร์ไพรส์มากคือ เป็นกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าต่างชาติ ทั้งจากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และจีน เดินเข้ามาถามเยอะมากว่ารับผลิตไหม (OEM) ทำส่งออกเป็นกิโลกรัมไหม นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มจัดซื้อของห้างโมเดิร์นเทรด (Convenience Store) เข้ามาติดต่อสนใจอยากได้สินค้าไปวางขายในห้างฯ ด้วย เพราะแบรนด์เรามีมาตรฐาน อย. ฮาลาล และ OTOP 5 ดาว รองรับอยู่แล้ว ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดใหญ่ๆ ที่น่าตื่นเต้นมาก”
ความน่าสนใจนี้ยังแผ่ขยายไปถึงกลุ่มของฝากและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนฟรีซดรายสอดไส้แมคคาเดเมีย แบรนด์ MacaDurian นวัตกรรมขนมสุดพรีเมียมที่ผสานราชาผลไม้และราชาถั่วเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นของฝากระดับลักชัวรี

รวมถึง กาแฟ Kirikhet (คีรีเขต) โรบัสต้าจากป่าต้นน้ำธารโตที่โดดเด่นด้วยรสชาตินุ่มนวลโทน Brown Sugar คล้ายอาราบิก้า และ นมถั่วเหลือง แบรนด์ LABAN SOY นมถั่วเหลืองพรีเมียมรสชาติเข้มข้นจากถั่วเหลือง Non-GMO 100% ที่ล็อกความสดใหม่ด้วยนวัตกรรมมาตรฐานโลก
ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มจัดซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อชั้นนำที่เข้ามาทาบทาม เพราะมองเห็นศักยภาพและมาตรฐานที่ครบครัน ทั้ง อย. ฮาลาล และ ISO พร้อมจะก้าวสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดในอนาคตอันใกล้

ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและความงามจากธรรมชาติก็สร้างความตื่นตัวในเทรนด์ Wellness ได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แบรนด์ CHALOM (ชโลม) ศาสตร์แห่งการฟื้นบำรุงผิวที่สั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 12 ปี โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาซึมซาบไว ซึ่งกลายเป็นไอเทมยอดนิยมที่กลุ่มผู้บริโภคต่างให้ความสนใจ
โดยเจ้าของแบรนด์ CHALOM (ชโลม) ได้ถ่ายทอดบรรยากาศหน้าร้านให้ฟังว่า “เกินความคาดหมายไปเยอะเลย ตอนแรกกังวลกลัวของไม่พอขาย เพราะตอนแรกเอามาโชว์และเน้นขายออนไลน์ แต่ปรากฏว่าลูกค้าหน้างานชอบผลิตภัณฑ์ของเรามาก โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นและสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์
“ถ้าเป็นกลุ่ม Walk-in หน้าร้าน จะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่วัย 40 ขึ้นไปที่ใส่ใจในไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง (Healthy Lifestyle) หลายคนเดินผ่านแล้วเราชวนดมกลิ่น ชวนลองทา ปรากฏว่าชอบจนต้องเดินกลับมาซื้อ ส่วนกลุ่มที่ปังมากคือกลุ่มคู่ค้าต่างชาติระดับพรีเมียม มีนักธุรกิจจากดูไบสนใจอยากนำสินค้าเราไปขายที่ดูไบ มีตัวแทนจากมาเลเซียเข้ามาคุยเรื่องมาตรฐานเพื่อเตรียมนำเข้า และยังมีนักธุรกิจชาวตุรกีที่จะมาเปิดสปาในไทย สนใจอยากดึงแบรนด์เราไปใช้ในธุรกิจสปาของเขาด้วย”

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความตื่นเต้นไม่แพ้กันคือนวัตกรรมซูเปอร์ฟู้ดจากผืนป่าอย่าง น้ำผึ้งชันโรง แบรนด์ SUN BEE FARM น้ำผึ้งชันโรงบ่มธรรมชาติแท้ 100% ที่ผ่านการบ่มในห้องควบคุมนานกว่า 3 เดือนเพื่อลดความชื้น จนได้รสชาติเปรี้ยวอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ
ซึ่งทางผู้ผลิตได้เผยถึงกระแสตอบรับที่น่าทึ่งจากผู้บริโภคว่า “หลายคนเปิดโลกมาก ตอนแรกเขาตกใจว่าทำไมน้ำผึ้งรสชาติเปรี้ยว ไม่เหมือนน้ำผึ้งทั่วไป แต่พอเราได้อธิบายให้ฟังถึงกระบวนการบ่มตามธรรมชาติ และคุณประโยชน์ที่อัดแน่น ทุกคนร้องว้าวเลย
“โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติอย่างตุรกีและโอมาน เขาตื่นเต้นกับรสชาติและสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก ถึงขั้นขอติดต่อเพื่อคุยเรื่องรายละเอียดราคาและส่งออกต่อทันที ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นลูกค้าเหนียวแน่นคือ กลุ่มผู้ป่วยและผู้รักสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือเบาหวาน ที่ต้องการโพรไบโอติกส์ธรรมชาติไปช่วยฟื้นฟูร่างกาย กลุ่มนี้พอรู้ว่าสินค้าเราปลอดภัย ไร้สารเคมี และส่งตรวจแล็บเรียบร้อย ก็สั่งซื้อไปทานเป็นประจำต่อเนื่องเลย”
แฟชั่น ‘ยะลา’ สุดปัง ดีไซน์ร่วมสมัยมัดใจต่างชาติ ขับเคลื่อนรายได้สู่ชุมชน
ไม่เพียงแต่กลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเท่านั้นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกายจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือชาวยะลา ก็สะบัดลวดลายประกาศศักดาความปังไม่แพ้กัน โดยหยิบยกอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัย จนสามารถมัดใจทั้งคนเมืองและชาวต่างชาติได้อย่างงดงาม

รศ.นิคอเลาะ ระเด่นอาหมัด และภรรยา
เริ่มต้นกันที่กลุ่มไฮเอนด์คราฟต์ นำทัพโดย แบรนด์ SAKIYA แบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียมที่เติบโตมากว่า 2 ปี จากการจับมือกันของ รศ.นิคอเลาะ ระเด่นอาหมัด ศิลปินแถวหน้าผู้ถ่ายทอดวิถีชีวิตใต้ลงบนผืนผ้า canvas และภรรยาที่มีพื้นฐานด้านแฟชั่น ร่วมกันเปลี่ยนภาพวาดจิตรกรรมแนวอิมเพรสชันนิสต์ให้มาโลดแล่นในชีวิตประจำวันบนกระเป๋า ผ้าคลุมผม และชุดดีไซน์หรู
โดย รศ.นิคอเลาะ ได้บอกเล่าถึงหัวใจของการพาศิลปะออกนอกกำแพงหอศิลป์ว่า ปกติงานศิลปะจะอยู่ในมิวเซียม คนเสพมีน้อย ผมเลยคิดพางานศิลปะออกนอกกำแพง มาทำเป็นโปรดักต์ให้จับต้องได้ หิ้วได้ นอนกอดได้ ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง โดยกระเป๋าทุกใบเป็นฝีมือของแม่บ้านใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ บางครอบครัวสูญเสียพ่อบ้าน เราอยากให้เขามีงานทำ มีรายได้ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ขณะที่ทางฝั่งภรรยาผู้ดูแลด้านแฟชั่นและการตลาด ได้ช่วยสะท้อนภาพความสำเร็จล้นหลามจากเสียงตอบรับในงานปีนี้เพิ่มเติมว่า ปีนี้กระแสกลุ่มซื้อปลีกหลั่งไหลมาดีมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักข่าวและคณะทูตต่างประเทศที่สะดุดตาจนเข้ามาซื้อชุดและกระเป๋าของเรากลับไป งานนี้ทำให้เราเห็นแนวทางที่จะพัฒนาสินค้าให้ชิ้นเล็กลง ในราคาที่จับต้องง่ายขึ้น เพื่อกระจายงานและส่งต่อรายได้กลับคืนสู่กลุ่มแม่บ้านในชุมชนร่วมกัน
ความประณีตระดับงานศิลป์นี้ยังสอดรับไปกับแบรนด์ Adeunan Batik (อาดือนันบาติก) ที่พลิกโฉมผ้าบาติกด้วยงานพู่กันวาดมือแบบ Hand-drawn ผืนต่อผืน ถ่ายทอดลวดลายหินอ่อนเขากำปั่น ศิลปะกรงนกเขาชวา และดอกพิกุล ออกมาเป็นงาน Abstract สุดยูนิก

พร้อมด้วย SriYala Batik (ศรียะลา บาติก) แบรนด์ผู้ชุบชีวิต ‘ผ้าปะลางิง’ มรดกผ้าโบราณแห่งคาบสมุทรมลายูที่เคยสาบสูญให้กลับมาโลดแล่นด้วยสีย้อมธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น และ แบรนด์ Sri Putri (ศรีปุตรี) งานคราฟต์ระดับไฮเอนด์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรี ที่ยกระดับผ้าคลุมผมและเครื่องแต่งกายมุสลิมให้เรียบหรูระดับสากล ซึ่งทุกแบรนด์ในกลุ่มนี้ล้วนได้รับคำชื่นชมอย่างหนาหูจากกลุ่มลูกค้าในเรื่องความพิถีพิถัน
ถัดมาที่กลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปแนวร่วมสมัย (Everyday Wear) ที่เน้นความคล่องตัว สวมใส่ง่าย ได้ทุกวัน นำโดยแบรนด์ AN NUR (อันนูร) เสื้อผ้าแฟชั่นจากผ้าคอตตอนธรรมชาติเนื้อนุ่ม ดีไซน์ร่วมสมัยสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกศาสนา การันตีงานทำมือเกือบ 100% จากกลุ่มแม่บ้าน OTOP ในชุมชน

ต่อด้วยแบรนด์ PAKA (ปากายัน มาลายู) ที่ดึงเสน่ห์ของ ‘เมืองพหุวัฒนธรรม’ มาสะท้อนความกลมเกลียวของชาวไทยพุทธ มุสลิม และจีน ผ่านลวดลายสถาปัตยกรรมท้องถิ่นสุดสร้างสรรค์ และ แบรนด์ stn-yala สรรหามัดย้อม แฟชั่นสไตล์เอิร์ธโทนสุดมินิมอลสาย Eco-Friendly ที่เปรียบเสมือนบันทึกธรรมชาติของเมืองยะลา นำเอาสีสกัดธรรมชาติจากพืชพรรณท้องถิ่นมารังสรรค์ลงบนเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด และผ้าคลุมไหล่ได้อย่างลงตัว
ปิดท้ายด้วยความอบอุ่นในกลุ่มเสื้อผ้าเด็กอย่าง BANATEE (บานาตี) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น ฮิญาบเด็ก และชุดละหมาดไซส์มินิ สำหรับเด็กผู้หญิงอายุแรกเกิดถึง 12 ปี ที่เน้นเนื้อผ้านุ่มเบาสบาย
ซึ่งเจ้าของแบรนด์ได้เล่าถึงโอกาสครั้งสำคัญ พร้อมเอ่ยขอบคุณผู้สนับสนุนหลักด้วยความตื้นตันใจว่า ผลตอบรับดีเกินคาดมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากอาเซียนอย่างมาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ เมียนมาร์ รวมถึงอียิปต์ ทำให้มองเห็นโอกาสในตลาดส่งออกได้ชัดเจนขึ้น
“ขอขอบคุณเทศบาลนครยะลามากๆ จากใจจริง ที่ให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสครั้งนี้ มันมีคุณค่ามาก ไม่ใช่แค่ต่อตัวผู้ประกอบการ แต่คุณค่านี้นำไปสู่การขับเคลื่อนระบบพัฒนาของทั้งจังหวัด เพราะเมื่อเรามีออเดอร์กลับไป ช่างตัดเย็บที่เป็นชาวบ้านในท้องถิ่นยะลาก็จะมีงาน มีรายได้ และเกิดการจ้างงานจริงในพื้นที่อย่างยั่งยืน”

ความสำเร็จของ 15 แบรนด์ท้องถิ่นบนเวที ‘Grand Halal Bangkok 2026’ สะท้อนความมุ่งมั่นของ ‘เทศบาลนครยะลา’ ที่มุ่งยกระดับภูมิปัญญาแดนใต้สู่สากล การพาผลิตภัณฑ์ชุมชนมาคว้าโอกาสจากคู่ค้าไทยและต่างชาติในครั้งนี้ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยส่งต่อรายได้และการจ้างงานตรงสู่พื้นที่ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของยะลาให้เติบโตเข้มแข็งในระยะยาว

