หน้าแรก เศรษฐกิจ พาณิชย์ ดึงส....

พาณิชย์ ดึงส.ภัตตาคารไทย-ตลาดสด ไม่ท้อผุด ‘จานด่วนประหยัด’ เตรียมหาโมเดลลดต้นทุน

17.07.26 | 17:57 น.

พาณิชย์ ดึงส.ภัตตาคารไทย-ตลาดสด ไม่ท้อผุด ‘จานด่วนประหยัด’ เตรียมหารือ “ฐนิวรรณ” ร่วมหาโมเดลลดต้นทุน

วันที่ 17 กรกฎาคม นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดูแลราคาอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรว่า ในส่วนของอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) อยู่ระหว่างประชุมหารือ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยทยอยหารือกับสมาคมและผู้ประกอบการตลาดสด สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไป และห้างค้าปลีก ในแนวคิดมุ่งไปช่วยลดภาระต้นทุนและวัตถุดิบในการปรุงอาหารให้มีราคาถูกลง

โดยการจัดหาและเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้ากับร้านอาหาร จะได้ส่งต่อถึงต้นทุนและราคาเมนูอาหารให้สามารถลดลง หรือไม่ปรับขึ้นไปอีก สำหรับจุดจำหน่ายเมนูทางเลือก มีทั้งร้านภายใต้ธงฟ้าประมาณ 5 พันแห่งทั่วประเทศ รวมกับแผงลอยหรือร้านอาหารตามตลาดสด และสมาชิกสมาคมร้านอาหารต่าง ๆ อีกหลายพันแห่ง ซึ่งวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม กรมฯจะหารือกับสมาคมภัตตาคารไทย

“ตอนนี้มีความเห็นที่หลากหลาย ยืนยันว่าไม่ท้อ ไม่หยุด ไม่เลิกทำแนวคิดเมนูอาหารปรุงสำเร็จที่ไม่ให้สูงไปกว่าปัจจุบัน เพียงกำลังดูว่าจะทำโมเดลใดที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย จากที่เราพูดคุยกับร้านอาหารก็ยังพบเห็นราคา 35-40 บาท เพียงแต่เขาต้องการให้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องต้นทุนและวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร ซึ่งตอนนี้สินค้าเริ่มราคาลงหรือกลับมาจัดโปรโมชั่นอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์ราคาน้ำมันคลี่คลาย อีกทั้งรัฐมีมาตรการดูแลราคาเชื้อเพลิง และไฟฟ้า ตามนโยบายนั้น ต้องการให้มีเมนูอาหารราคาประหยัดให้กับมนุษย์เงินเดือน เงินเดือนไม่มาก ที่ต้องใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ส่วนการหารือว่าเป็นโมเดลใดต้องต้องใช้เวลา” นายวิทยากร กล่าว

นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป หลังจากสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิง และวัตถุดิบต่อการผลิตราคาเริ่มลดลง ก็จะทำให้สินค้าหลายชนิดราคาเริ่มลดลง ผ่านการจัดโปรโมชั่น อาทิ แชมพูสระผม ยาสีฟัน สบู่ น้ำมันปาล์ม ข้าวถุง เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีการประชุมหารือกับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค 80 ราย ถึงการปรับลดค่าทำธุรกิจกับห้าง (ค่าGP) ค่าเช่า เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนลดลง

นายวิทยากร กล่าวว่า ส่วนการดูแลสินค้าเกษตร สำหรับผลไม้ในภาคใต้ อย่าง ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง จะเชื่อมโยงพ่อค้าคนกลางและห้างเข้าไปรับซื้อและกระจายทั่วประเทศ เป้าดูดซับ 3 แสนตัน พร้อมกับรณรงค์การบริโภคกับช่องทางจำหน่ายทุกรูปแบบ จากที่ได้ทยอยทำมาต่อเนื่อง มีผลต่อราคารับซื้อดีขึ้น อาทิ ทุเรียนเกรดส่งออก ราคาเริ่มดีขึ้น 10-15 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันอยู่ที่ 85-105 บาทต่อกิโลกรัม

Advertisement

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาเมนูอาหารปรุงสำเร็จไม่ขึ้นถาวรแน่นอน ซึ่งราคาจะขึ้นหรือลง ขึ้นกับปัจจัยทางตรง อย่าง ค่าเช่าพื้นที่ ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าจ้างแรงงาน วัตถุดิบ ส่วนทางอ้อมคือค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังดูแลให้ราคาลงตามสถานการณ์ราคาพลังงานที่ลดลง ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ก็เน้นดูแลวัตถุดิบให้มีราคาต่ำลง ย่อมกระทบไปยังราคาเมนูอาหารจากนี้

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวกับ มติชน ว่า ในการหารือกับกรมการค้าภายใน ในวันที่ 20 กรกฎาคม จะนำเสนอแนวทางลดต้นทุน โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มของไทยในการรวบรวมความต้อง จัดซื้อ และกระจายวัตถุดิบไปยังร้านอาหารที่เข้าโครงการ ซึ่งการที่แพลตฟอร์มสามารถจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิต ตลาดสด หรือเกษตรกรโดยตรง จะทำให้ได้ราคาขายปลีกที่ต่ำกว่าราคาทั่วไป ส่งผ่านไปยังราคาเมูนอาหารราคาประหยัดได้

ทั้งนี้ ตนกำลังหารือกับแพลตฟอร์มไทยท้องถิ่นในภาคอีสาน ที่เป็นต้นแบบในการรวบรวมและกระจายสินค้าให้กับร้านอาหาร ที่มีฐานลูกค้าแล้วกว่า 1 หมื่นราย ก็จะนำมาต่อยอดกับร้านอาหารในเครือข่ายสมาคมและกรมการค้าภายใน แนวคิดนี้ไม่ต้องใช้งบรัฐเพียงใช้กลไกต่อรองราคาสินค้าในการเจรจาหาราคาสินค้าต่ำกว่าปกติ และเป็นความยั่งยืนในระยะยาว

“ข้าวแกงราคาประหยัด เดิม ที่พี่กับเครือข่าย จะทำจะเรียกว่า ข้าวแกงช่วยชาติ ในแนวคิดเชื่อมโยงผู้จัดหาและขายต้นทุนวัตถุดิบราคาถูกกว่าปกติ และมีแผนจะดีเดย์เปิดตัว 15 กันยายนนี้ เน้นชุมชนในต่างจังหวัด ในกรุงเทพเน้นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม หรืออาชีพรับเงินรายวัน ต้องการอาหารราคาไม่สูง ตั้งใจเริ่มที่ราคา 25 บาทด้วยซ้ำ กับ เมนูทางเลือก 5 ชนิด เพื่อเป็นทางเลือก โดยร้านนั้นยังคงมีเมนูและราคาที่หลากหลายควบคู่กันไปด้วย จากนั้นก็จะต่อยอดกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ภาคท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร หรือ สาธารณสุข ในแง่ต่างๆ เป้าหมายอยากการกระจายคำว่า ข้าวแกงช่วยชาติ หรือ อาจใช้ข้าวแกงไทยช่วยไทย ก็ได้ ไปทั่วประเทศ เชื่อว่า 1 แสนร้านค้านั้น เป็นไปได้” นางฐนิวรรณ กล่าว