หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าไทย จัดเต็...

ค้าไทย จัดเต็ม 6 เดือน ผ่าน 10 บิ๊กอีเวนต์ ดันไทยเชื่อมศก. ดึงการค้า-ลงทุนใหม่

17.07.26 | 19:51 น.

ค้าไทย จัดเต็ม 6 เดือน ผ่าน 10 บิ๊กอีเวนต์ ดันไทยเชื่อมศก. ดึงการค้า-ลงทุนใหม่

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย เตรียมจัดกิจกรรมผ่าน 10 เวทีสำคัญ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านแนวทาง Reinvent Thailand โดยกิจกรรมช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ประกอบด้วย

1. ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC Business Advisory Council หรือ ABAC ครั้งที่ 3 ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 6–9 กรกฎาคม 2569 เป็นเวทีสำคัญของผู้นำภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจ APEC โดยการประชุมครั้งนี้เป็นช่วงสำคัญในการสรุปและจัดทำข้อเสนอของภาคธุรกิจเพื่อนำเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ต่อไป โดยสาระสำคัญของ ABAC 2026 มุ่งรักษาความเปิดกว้างทางการค้าและการลงทุน การเพิ่มความเชื่อมโยงของภูมิภาค การเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน การค้าดิจิทัล เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งสะท้อนว่า ABAC ไม่ได้แยกออกจาก APEC แต่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการนำเสียงและข้อเสนอจากภาคธุรกิจเข้าไปเชื่อมกับการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกโดยตรง สำหรับไทยในฐานะเจ้าภาพ นี่คือโอกาสวางตำแหน่งประเทศให้เป็นผู้นำเสียงภาคธุรกิจไทยเข้าสู่วาระผู้นำ APEC โดยตรง และเปิดทางให้ข้อเสนอของไทยมีน้ำหนักในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจภูมิภาคในปีต่อ ๆ ไป โดยมีนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน ABAC ประเทศไทย เข้าร่วมงานพร้อมกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการประชุม

2. งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดปีเป็นที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Investing for the Future, Growing Together” มุ่งยกระดับงานให้เป็นเวทีเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม การค้า การลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีนอย่างครบวงจร ไฮไลต์คือการจัดแสดงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่มาพร้อมความสามารถด้านการเคลื่อนไหว การโต้ตอบ และการประมวลผลด้วยระบบ AI พร้อมกิจกรรมแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างโอกาสเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 20,000 ตารางเมตร กว่า 670 บูธ และบริษัทชั้นนำเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย–จีน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตรจีนได้ทันทีผ่านกิจกรรม B2B Matching

3. งาน Thailand–U.S. Trade & Investment Summit 2026: Building on a Longstanding Partnership วันที่ 17 สิงหาคม 2569 กับ ณ โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit โดยความร่วมมือระหว่างหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย หรือ AMCHAM Thailand หอการค้าไทย และ U.S. Chamber of Commerce ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้บริหารภาครัฐและเอกชนจากไทยและสหรัฐฯ เพื่อหารือโอกาสใหม่ด้านการค้าและการลงทุน ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งการค้า การท่องเที่ยว เกษตรและอาหาร เศรษฐกิจดิจิทัล ความยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สุขภาพและเวลเนส ตลอดจนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศไปสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงดูดการลงทุนใหม่ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับโลกมากขึ้น

Advertisement

4. งานประกาศรางวัลสำเภา–นาวาทองและรางวัลจรรยาบรรณดีเด่นประจำปี 2569 จัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยรางวัลสำเภา–นาวาทอง เพื่อเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และพัฒนาการให้บริการอย่างโปร่งใสและทันสมัย ขณะที่รางวัลจรรยาบรรณดีเด่นจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรภาคเอกชนที่ยืนหยัดบนหลักจรรยาบรรณและการกำกับดูแลกิจการที่ดี

5. งาน “The Bangkok Business Summit 2026: Resilient ASEAN” จัดวันที่ 3 กันยายน 2569 ในรูปแบบ One-Day High-Level Business Forum จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจไทยเข้ากับบริบทของอาเซียน ตลอดจนเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 คาดว่าจะมีผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน นักลงทุน สื่อมวลชน และพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เข้าร่วมประมาณ 300 คน ซึ่งภายหลังจากนั้นจะเป็นไฮไลต์ของปี คือการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และกลุ่มธนาคารโลก หรือ World Bank Group ประจำปี 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ การประชุมครั้งนี้จะรวบรวมผู้นำและผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลก อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และผู้เกี่ยวข้องจากนานาประเทศ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมและผู้เกี่ยวข้องเดินทางเข้าประเทศไทย15,000–20,000 คน จะสร้างโอกาสสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ตลอดจนเป็นเวทีที่ไทยจะได้แสดงถึงความพร้อมในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

6. งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก “SIAL Paris 2026” จัดวันที่ 17–21 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Paris Nord Villepinte กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย จะนำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 86 บริษัท เพื่อเจรจาธุรกิจ สร้างเครือข่ายทางการค้า ขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ และยกระดับศักยภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยสู่เวทีสากล ทั้งนี้ SIAL Paris ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ซึ่งรวบรวมผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ เพื่อค้นหานวัตกรรมและติดตามแนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารโลก โดยคาดว่าการจัดงานในปี 2569 จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ SIAL หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดงานเมื่อปี 2024

7. งานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2026 วันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในปีนี้ได้รับเกียรติจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และมอบรางวัลให้แก่สมาคมการค้าดีเด่น โดยเวทีดังกล่าวจะเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายสมาคมการค้า ภาคธุรกิจไทย และหอการค้าต่างประเทศ เพื่อร่วมกันมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มสมาคมการค้าและ SMEs ก้าวไปสู่ตลาดใหม่ผ่านเครือข่ายหอการค้าต่างประเทศที่มีอยู่ในไทยได้มากขึ้น

8. งานมหกรรมเกม “gamescom asia x Thailand Game Show 2026” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายหลังการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ โดยปี 2568 มีผู้เข้าชมมากกว่า 206,159 คน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกว่า 5,590 คน ตลอดจนผู้จัดแสดงสินค้าและพาวิลเลียนจากทั่วโลกจำนวน 294 ราย สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมระดับภูมิภาคและระดับโลก สำหรับการจัดงานในปี 2569 ประกอบด้วยโซนธุรกิจ โซนความบันเทิงที่รวบรวมผู้ประกอบการ ผู้จัดจำหน่าย ผู้เชี่ยวชาญ และแฟนเกมจากทั่วโลกไว้ในงานเดียว

9. การขับเคลื่อน “คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ ลดต้นทุนแฝง และเสริมความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย โดยวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ 1 ปีของการขยายความร่วมมือสู่ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการสำรวจปัญหา ใช้เทคโนโลยีลดช่องว่างการทุจริต และเสนอปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งการผลักดันดังกล่าวนำไปสู่การตอบรับจากภาครัฐ ด้วยการจัดตั้ง “คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต” (คตท.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ถือเป็นการวางรากฐานความเชื่อมั่นให้กับประเทศเพื่อสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงแผนขับเคลื่อนต่อจากนี้ทั้ง เวที Closed-Door Dialogue เจาะ Pain Points รายอุตสาหกรรม การเร่งปลดล็อกกฎหมายภายใต้คณะอนุกรรมการกรอ. ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตลอดจนเตรียมจัด Dinner Talk ขยายเครือข่ายความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น

10. ปิดท้ายปี 2569 ด้วยบิ๊กอีเวนต์ประจำปีของหอการค้าไทยกับ งานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน 2569 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” ปีนี้คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จากเครือข่ายหอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อนโจทย์จากพื้นที่จริง และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศ ซึ่งจะทำข้อเสนอและมุมมองจากเครือข่ายหอการค้าจะถูกรวบรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายผ่าน “สมุดปกขาวหอการค้าไทย” เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาและกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่อไป