ตรีรัตน์ หนุนรื้อสัญญา Adder ชี้ควรยกเลิกนานแล้ว ลั่นเจ็บแค่กระเป๋านายทุน แนะ กพช.เปลี่ยน FiT ใน 30-90 วัน
วันที่ 18 กรกฎาคม นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำกรรมาธิการพลังงาน เปิดเผยกับ มติชน ถึงกรณี คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเร่งเจรจายกเลิกสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชนที่ภาครัฐอุดหนุน (Adder) หรือสัญญาทาส และยุติการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และขนาดเล็กมาก (VSPP) ว่า เป็นเรื่องที่ควรยกเลิกมานานแล้ว และถือเป็นเรื่องดีที่รัฐเริ่มจัดการปัญหา
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ยังมีอยู่คือโรงไฟฟ้า Adder บางส่วนมีการขายต่อหรือเปลี่ยนมือกัน โดยผู้ที่เข้ามาซื้อสัญญาต่อก็หวังรับประโยชน์จากค่าไฟในอัตราสูง ขณะที่ต้นทุนและโครงสร้างราคาไฟฟ้าในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว จึงเห็นว่าภาครัฐควรจัดการให้เกิดความเป็นธรรมทั้งระบบ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่เคยเจรจาเปลี่ยนจาก Adder เป็นระบบ FiT หรือ มาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน แต่ยังได้รับอัตราค่าไฟเกือบ 4 บาทต่อหน่วย
“ผมเป็นหนึ่งในคนที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้มา 2 ปีแล้ว จริงๆ แล้วควรจะยกเลิกมาตั้งนานแล้ว เพราะไม่ควรมีโรงไฟฟ้าบางแห่งขายไฟให้รัฐบาลในอัตราหน่วยละ 8-9 บาท ซึ่งไม่แฟร์โรงไฟฟ้าใหม่ที่เข้าประมูลต้องแข่งขันกันเสนอราคาเหลือประมาณ 2.16 บาทต่อหน่วย หากจะรื้อสัญญา ควรรื้อทั้งระบบ ให้โรงไฟฟ้า Adder เดิมและโรงไฟฟ้าที่เคยเปลี่ยนเป็น FiT ซึ่งยังได้เกือบ 4 บาทต่อหน่วย ปรับมาอยู่ที่ 2.16 บาทตามมติ กพช.ทั้งหมด ควรเข้าสู่เรทเดียวกันหมดประเทศ ไม่ควรมีทั้ง 2.16 บาท 3 บาท หรือ 4 บาทต่อหน่วย” นายตรีรัตน์ กล่าว
นายตรีรัตน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การรื้อโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟกับภาคเอกชน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทไม่ได้ทำหน้าที่ลงทุนโรงไฟฟ้าเพื่อขายไฟให้รัฐ และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อผู้บริโภค ผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้ติดตั้ง หรืออุตสาหกรรมไฟฟ้าโดยรวม เพราะโรงไฟฟ้า Adder ส่วนใหญ่ติดตั้งมานานประมาณ 10 ปีแล้ว ต่อให้ราคา 2.16 บาทต่อหน่วย เชื่อว่าโรงไฟฟ้าก็ยังเยอะอยู่ดี เพราะ 2.16 บาทต่อหน่วย ขาย 25 ปี ยังถือเป็นราคาที่ผู้ลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจได้ ทั้งนี้ การรื้อสัญญาไม่ได้ทำให้ความต้องการลงทุนในอุตสาหกรรมไฟฟ้าลดน้อยลง อาทิ โครงการใหม่อย่างโซลาร์ฟาร์มชุมชน ที่รับซื้ออัตรา 2.16 บาทต่อหน่วย ก็ยังมีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
นายตรีรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ กพช. ควรกำหนดกรอบเวลาในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ FiT ให้ชัดเจนภายใน 30-90 วัน ดำเนินการให้แล้วเสร็จ และไม่ควรเปิดช่องให้มีการผ่อนผันหรืออุทธรณ์ยืดเยื้อ เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟลดลงโดยเร็ว โดยหากสามารถลดค่าไฟจากโรงไฟฟ้าที่ขายไฟในอัตรา 8-9 บาทต่อหน่วยลงมาเหลือ 2 บาทกว่า ซึ่งอาจจะช่วยให้รัฐมีงบประมาณเหลือขยายมาตรการช่วยเหลือประชาชน จากที่ปรับลดค่าไฟเหลือ 3 บาทต่อหน่วย เฉพาะที่อยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าในช่วง 1-200 หน่วยแรก อาจขยายเป็น 400-500 หน่วยได้
“หากถามว่าใครได้รับผลกระทบจากการปรับสัญญาครั้งนี้ คงมีเพียงกระเป๋าของนายทุนและของโรงไฟฟ้าที่ได้สัญญา Adder เท่านั้น เพราะกลุ่มดังกล่าวได้รับประโยชน์จากสัญญาในอัตราสูงมาเป็นเวลานาน คนที่เจ็บปวดเรื่องนี้มีแต่เพียงนายทุนโรงไฟฟ้า Adder และรัฐจะต้องยอมให้ประชาชนแบกรับค่าไฟแพงจากสัญญาทาสไปตลอดหรือ” นายตรีรัตน์ กล่าว



