หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังมองแง่ดี ...

คลังมองแง่ดี 9 ล้านถูกตัดสิทธิบัตรคนจน ได้เช็กตัวเองถูกแอบอ้างทำผิดกฎหมายไหม

18.07.26 | 14:13 น.

คลังย้ำ บัตรคนจนปี 69 คัดคนจนตัวจริงที่สุดก่อน ยอมรับ 18 ล้านชื่ออาจมีคลาดเคลื่อน พลิกมุมคิด ชี้โอกาสดี เช็กว่า โดนแอบอ้างชื่อทำผิดกฎหมายไหม

วันที่ 18 กรกฎาคมนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 18.82 ล้านราย มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.5 ล้านราย และไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.31 ล้านราย โดยในตัวเลขผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.5 ล้านรายนั้น แบ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิ์เดิมจากโครงการครั้งก่อนจำนวน 7.2 ล้านราย และมีกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์รายใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 2.3 ล้านราย

ซึ่งกระทรวงการคลังมุ่งเน้นให้ระบบคัดกรองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อค้นหากลุ่มประชากรที่ประสบความเดือดร้อนและยากจนที่สุดอย่างแท้จริง โดยพบว่า กลุ่มผู้ได้รับสิทธิรายใหม่นี้ มีระดับความยากจนและเงื่อนไขการดำรงชีวิตที่ยากลำบากกว่ากลุ่มเดิมที่ไม่ผ่านการคัดกรองอย่างแน่นอน

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระบวนการคัดกรองในรอบนี้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถลดข้อครหาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอดีต เกี่ยวกับประเด็นการกระจายสิทธิที่ไม่ทั่วถึง หรือกรณีที่ครอบครัวซึ่งไม่ได้ยากจนจริงกลับได้รับสิทธิกันทั้งบ้าน” นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ กลุ่มที่ไม่จนที่สุดนั้น ในปัจจุบันรัฐบาลมีฐานข้อมูลของประชากรกลุ่มนี้ทั้งหมดแล้ว และจะมีการจัดสรรสวัสดิการดูแลอย่างเหมาะสมตามลำดับขั้นต่อไป เช่น การประสานงานผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) โดยขอให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเครื่องมือในการดูแลกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดเป็นลำดับแรกก่อน

Advertisement

“วันนี้รัฐบาลเจอตัวท่านหมดแล้ว และจะจัดสวัสดิการดูแลที่เหมาะสม ลดหลั่นกันไป เช่น พม. จปฐ. ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขอให้เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลจะดูแลกลุ่มคนที่จนที่สุดก่อน” นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับความแม่นยำในการคัดกรองสิทธิ์นั้น ขึ้นอยู่กับความเป็นปัจจุบันของฐานข้อมูลและการตรวจสอบความถูกต้อง (Cleansing Data) ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งนี้ ยอมรับว่าฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีจำนวนสูงถึง 18.8 ล้านคน อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้บ้าง แต่อีกมุมหนึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้ตรวจสอบข้อมูลของตนเอง ว่ามีการถูกนำชื่อไปแอบอ้างใช้ในทางมิชอบโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ เช่น การนำชื่อไปจดทะเบียนบริษัท (นอมินี) การถือครองทรัพย์สินประเภทที่ดิน รถยนต์ หรือการเปิดบัญชีธนาคารซึ่งอาจถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากผลการคัดกรองออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง ประชาชนสามารถเข้าสู่กระบวนการทบทวนสิทธิได้ โดยขอให้ดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลโดยตรง ซึ่งหลังจากผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทุกคนจะได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืน และจะสามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป