หน้าแรก เศรษฐกิจ คปภ. ย้ำกรมธร...

คปภ. ย้ำกรมธรรม์ที่ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำไว้ ไม่ได้คุ้มครองบุคคลภายนอก

18.07.26 | 17:49 น.

คปภ. ย้ำกรมธรรม์ที่ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำไว้ไม่ได้คุ้มครองบุคคลภายนอก เผยสัญญาณบวก จากครอบครัวเจ้าของ ขอโอนเงินประกันทั้งหมดเยียวยาเหยื่อ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้มอบหมายให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ติดตามการให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อย่างใกล้ชิด ในวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทประกันภัยในการตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบและทายาทผู้เสียชีวิตได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 33 ราย โดยสามารถตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและมีข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนแล้วจำนวน 28 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า สถานประกอบการที่เกิดเหตุได้จัดทำประกันอัคคีภัยไว้กับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินเอาประกันภัยรวม 40 ล้านบาท ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊สที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย โดยทรัพย์สินที่ได้รับความคุ้มครองประกอบด้วย อาคาร วงเงิน 25 ล้านบาท เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ วงเงิน 13 ล้านบาท และสต็อกสินค้าและเครื่องดื่ม วงเงิน 2 ล้านบาท มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2570 โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทผู้รับประกันภัยให้ดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อประกอบการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย

นายอดิศร กล่าวว่า ความคืบหน้าในการประเมินความเสียหายของสถานประกอบการในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สำรวจภัยของทิพยประกันภัยพยายามจะเข้าไปประเมินความเสียหายแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงทำงานอยู่ ซึ่งการจ่ายสินไหมทดแทนในส่วนของตัวอาคารวงเงิน 25 ล้านบาทนั้น จะต้องได้รับการประเมินความเสียหายจริง เนื่องจากประกันอัคคีภัยเป็นวินาศภัยที่จะจ่ายเงินตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การจ่ายเต็มวงเงินโดยอัตโนมัติ

Advertisement

“ตัวตึกไม่ได้พังลงมา หรือโครงสร้างมีปัญหา ซึ่งต้องให้วิศวกรเข้าไปประเมิน แล้วเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าความเสียหายมีมูลค่าเป็นเท่าไหร่ ทั้งนี้หลักการจ่ายวินาศภัยจะจ่ายตามความเสียหายจริง” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศร กล่าวว่า ขอชี้แจงข้อมูลสำคัญเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของสาธารณชนเกี่ยวกับขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ว่า กรมธรรม์ประกันภัยอัคคีภัยที่สถานประกอบการแห่งนี้ทำไว้ ไม่มีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งหมายความว่า ตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายของกรมธรรม์แล้ว บริษัทประกันจะไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยให้กับชีวิตหรือทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ได้เลย อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณในเชิงบวกจากทางฝั่งครอบครัวของเจ้าของสถานประกอบการ เนื่องจากตัวเจ้าของยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) หรือห้องปลอดเชื้อ แต่ทางพี่สาวและทนายความของเจ้าของสถานประกอบการได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะนำเงินสินไหมทดแทนจากการเคลมประกันตัวอาคารและทรัพย์สินทั้งหมดนี้ ส่งมอบเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

“ผมได้คุยกับทนายพี่สาวเจ้าของร้าน เพราะเจ้าของร้านยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ทนายของพี่สาวบอกว่าพี่สาวจะไม่ทำธุรกิจนี้ต่อ แล้วก็จะขอให้เงินทั้งหมดโอนไปให้กับผู้เสียหาย ซึ่งก็ต้องดูว่ามีคนเสียชีวิตเท่าไหร่ คนบาดเจ็บเท่าไหร่ แล้วก็ผลประเมินออกมาเนี่ยเขาได้เงินเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของพี่สาว ส่วนเจ้าของยังอยู่ในห้อง ICU หากเจ้าของฟื้นขึ้นมาและสามารถยืนยันเจตนารมณ์นี้ได้ มีหมอรองรับว่าเขามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ จะช่วยลดอุปสรรคทางกฎหมายได้เป็นอย่างมาก แต่ในขณะนี้ต้องบอกว่ามีสัญญาณค่อนข้างบวกในฝั่งของครอบครัวเจ้าของ” นายอดิศร กล่าวว่า

นอกจากนี้ สำนักงาน คภป. ยังได้ประสานบริษัทประกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมว่า มีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ประกันสุขภาพ หรือกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นหรือไม่ เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนและสิทธิประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นธรรม โดยจากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตจำนวน 33 ราย ซึ่งมีข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนแล้วจำนวน 28 ราย พบผู้เสียชีวิตจำนวน 11 ราย ที่มีกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) และประกันสินเชื่อ (ซึ่งเป็นประกันภัยที่วงเงินคุ้มครองจะลดลงตามสัดส่วนหนี้คงเหลือจากการผ่อนชำระ) ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ประสานให้บริษัทประกันภัยดำเนินการออกเช็ครอจ่ายเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผู้ประสบภัยรายอื่นที่เหลือ คปภ. อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบข้อมูลความคุ้มครองและประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อไป

“แนะนำขั้นตอนการติดต่อขอรับเงินสินไหมทดแทนสำหรับผู้รับผลประโยชน์ของผู้เสียชีวิตที่มีประกันส่วนบุคคลทั้ง 11 รายนี้ว่าหลักการก็คือ ใบมรณะบัตรบวกเอกสารยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้รับประโยชน์ก็สามารถไปติดต่อรับเงินได้แล้ว เพราะเราประสานไปหมดแล้วครับ” นายอดิศร กล่าว