ชมรมร้านอาหาร เผยรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม ไม่ค้านแต่กังวล หวั่นถูกลดบทบาท เปิดตลาดฟรี ช่วยร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงกรณี คณะรัฐมนตรี ไฟเขียวปรับโครงสร้างแยกกระทรวงการท่องเที่ยวออกจากกีฬา แล้วนำมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ว่า ว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีมี 4 ข้อ ได้แก่ 1.เชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ อาหาร ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมมากขึ้น 2.ลดความซ้ำซ้อนด้านงบประมาณและภารกิจ ซึ่งหลายงานของหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมีความคาบเกี่ยวกัน อาทิ การส่งเสริมอาหารไทย การจัดเทศกาล และการสนับสนุนชุมชน 3.เสริมสร้างอัตลักษณ์และแบรนด์ประเทศไทยให้ชัดเจนขึ้น โดยเชื่อมโยงอาหารไทย มวยไทย ผ้าไทย ดนตรีไทย เทศกาล และงานหัตถกรรมเข้ากับการท่องเที่ยว และ 4.ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ให้มีเอกภาพมากขึ้น ทั้งเทศกาลและคอนเทนต์ต่างๆ

นายสรเทพ กล่าวว่า หลายประเทศมีการบูรณาการงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมมาแล้ว อาทิ เกาหลีใต้ที่ใช้ K-Culture เป็นตัวส่งเสริมการท่องเที่ยว ขณะที่ญี่ปุ่นก็มีการทำงานที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และกีฬา ซึ่งประเทศไทยเองก็มีทุนทางวัฒนธรรมจำนวนมากที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสีย 4 ข้อที่ต้องพิจารณา คือ 1.แนวคิดการทำงานต่างกัน โดยท่องเที่ยวมุ่งการแข่งขันและสร้างรายได้ ขณะที่วัฒนธรรมเน้นอนุรักษ์ 2.ภารกิจแตกต่างกัน ทั้งด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมกับการตลาด การลงทุน และอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว 3.เสี่ยงที่การท่องเที่ยวจะถูกลดบทบาท โดยมีความกังวลว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นตัวชูโรง และ 4.ภาระต้นทุนช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งการโยกย้ายบุคลากร ปรับกฎหมาย งบประมาณ และโครงสร้างองค์กร
นายสรเทพ กล่าวว่า ในเรื่องความคิดเห็นแบ่งแยกออกมา ได้หลายภาคส่วน อย่าง ความคิดเห็นในแวดวงท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้คัดค้าน แต่ส่วนใหญ่กังวลว่า การท่องเที่ยวอาจถูกลดบทบาทกลายเป็นภารกิจรองของกระทรวงวัฒนธรรม ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมมีความเป็นอนุรักษ์นิยม แต่การท่องเที่ยวเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูง แต่ถ้าหากวางนโยบายให้ 2 ภาคส่วนกลมกลืนและเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ เพราะจะช่วยเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
“เราเกรงว่าการตัดสินใจบางอย่างอาจจะล่าช้า แล้วมีผลต่อการดำเนินงานนี่คือสิ่งที่เรากลัว งบประมาณด้านการตลาดก็อาจจะถูกจัดสรรให้น้อยลง เราก็ห่วงว่าพอไปควบอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมแล้ว จะเข้าใจบทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวหรือไม่” นายสรเทพ กล่าว
นายสรเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ความกังวลที่สำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่าง ภาคเอกชน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และธุรกิจนำเที่ยว อาจไม่คล่องตัวเหมือนเดิม และเจ้าภาพด้านการท่องเที่ยวอาจจะมีน้ำหนักในคณะรัฐมนตรีน้อยลงเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เห็นด้วยมองว่า วัฒนธรรมเป็นต้นทุนสำคัญของการท่องเที่ยว สามารถสร้าง Culture Tourism ได้ครบวงจร ลดความซ้ำซ้อนในการจัดเทศกาลและประชาสัมพันธ์ รวมถึงเชื่อมโยงเรื่อง Soft Power ได้
นายสรเทพ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม “Steve AUG Market Fast” เปิดพื้นที่ร้านสตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน สาขาพระราม 6 ซึ่งมีพื้นที่กว่า 1 ไร่ จัดตลาดฟรีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนสิงหาคม ปี 2569 เวลา 10.00-17.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเฉพาะร้านขนม ขนมหวาน ของฝาก และร้านค้าที่ไม่มีหน้าร้านประจำ เข้ามาจำหน่ายสินค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำกัดวันละ 15 ร้าน เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ร้านค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านค้า และยังช่วยกระตุ้นกำลังซื้อขนาดย่อม ๆในกลุ่มร้านขนมของประชาชนทั่วไป




