หน้าแรก เศรษฐกิจ รบ.ขอโทษปรับเ...

รบ.ขอโทษปรับเกณฑ์บัตรคนจน ผ่อนผันรถเกิน20ปี-จยย.เกิน15 ไม่ตัดสิทธิ ทบทวนสิทธินร.สกร.

21.07.26 | 06:50 น.

รบ.แถลงขอโทษ หลังปรับเกณฑ์บัตรคนจน ยืดเวลาอุทธรณ์ถึง 20 กย.  ผ่อนผันรถเกิน 20 ปี  มอไซค์เกิน 15 ปี ไม่ตัดสิทธิ ทบทวนสิทธินร.-นศ.นอกระบบ 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษศิวิไลศ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง และนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวกรณีการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและมหาดไทย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงคมนาคมกราบขออภัยพี่น้องประชาชน ในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในการดำเนินการ เนื่องจากหลักเกณฑ์การดำเนินการต่าง ๆ ออกมาเพื่อคัดกรอง ผู้สมควรจะได้รับการช่วยเหลือ และถึงมือบุคคลเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติแล้ว พบปัญหาว่ามีข้อจำกัดบางอย่าง อาจจะทำให้ประชาชน เกิดความไม่สะดวก ในส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ ขอชี้แจงว่าในเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น มีเกณฑ์อยู่ข้อหนึ่งว่าผู้รับสิทธิต้องไม่มีกรรมสิทธิในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อ ได้แก่ 1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2.มีรถสามล้อ 3.มีรถยนต์ 4 ล้อเลขรับจ้าง 4.รถใช้งานเพื่อการเกษตร โดยมีไว้ไม่เกินคนละ 1 คัน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เราได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีประชาชนจำนวนมากมีรถยนต์ในลักษณะดังกล่าว ได้แก่ 1.เป็นรถเก่ามีมูลค่าต่ำ และไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ได้นำทะเบียนออกจากระบบ 2.ยังมีรถยนต์ที่สูญหายและสิ้นสภาพการใช้งานไปแล้ว ยังไม่ได้ตีทะเบียนออก 3.มีการขายไปแล้วโอนลอย แต่ยังไม่จดโอนกรรมสิทธิ์ 4.มีการถูกนำชื่อไปสวมสิทธิในการซื้อรถของคนอื่น ทั้ง 4 ประเด็นนี้เป็นประเด็นหลักที่ได้รับการร้องเรียนจากทั่วประเทศ ดังนั้นในส่วนของกระทรวงคมนาคม จึงมีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวน และนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงนำไปสู่การทบทวน โดยจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระทรวงการคลังเสนอขอให้ปรับเกณฑ์พิจารณาไม่นำมาคิด ได้แก่

1.รถเก่า โดยดูจากอายุรถยนต์ที่อายุการใช้งานเกิน 20 ปี จะไม่นำมาคิด อาทิ อาจจะมีรถหนึ่งคันและอายุการใช้งาน ยังสามารถใช้ได้ เพื่อการดำรงชีพ และใช้งานมาแล้วเกิน 20 ปี แบบนี้จึงจะไม่ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากเกณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.แล้ว

Advertisement

2.รถมอเตอร์ไซค์ มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี ส่วนเกณฑ์การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ให้หากมีมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน และกำลังมีภาระผ่อนจ่ายอยู่ จะถือว่าไม่ตกเกณฑ์

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อท้วงติงว่ารถบางคัน อายุรถอาจจะยังไม่ถึง แต่สิ้นสภาพไปแล้ว เรื่องนี้ขนส่งจังหวัดจะทำการตรวจสอบให้กับท่าน สามารถแจ้งกับทางขนส่งจังหวัดเพื่อทำบันทึกได้ บางคันจอดเอาไว้ไม่ได้ต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งขนส่งจังหวัดทำบันทึกได้เช่นกัน และขนส่งจังหวัดจะส่งข้อมูลเหล่านี้ เพื่อช่วยในการยื่นอุทธรณ์ให้กับท่าน ส่วนกรณีรถที่จำหน่ายไปแล้ว และมีการโอนลอย แต่ยังไม่มีการจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ท่านสามารถไปลงบันทึกที่ขนส่งจังหวัดได้หากมีหลักฐาน และหากมีหลักฐานการขายด้วย ก็จะเป็นประโยชน์มาก แต่หากไม่มีก็สามารถใช้บันทึกถ้อยคำได้

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างชื่อไปใช้สิทธิ สามารถนำเรื่องดังกล่าวไปอุทธรณ์กับขนส่งจังหวัดได้ แต่ถ้าหากไม่สามารถไปยื่นอุทธรณ์ที่ขนส่งจังหวัดได้ ทางกรมขนส่งฯได้ทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพื่อไม่ต้องเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตัวเอง

“ขอให้สบายใจว่า กระทรวงคมนาคมจะแบ่งเบาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด ท่านที่ควรได้รับสิทธิต้องได้รับสิทธิจริงๆ” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากประเด็นของกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังมี ประเด็นในเรื่องของการเป็นนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบ วันนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือต้องมีการปรับเกณฑ์ เพราะเราได้ทราบว่าความเป็นจริง นักเรียนนักศึกษาทั้งในและนอกระบบ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อาชีวะนอกระบบ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ยากจน บุคคลเหล่านี้ถือเป็นนักศึกษาที่เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อไปเสริมสร้างทักษะชีวิต เพื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องปรับหลักเกณฑ์ บุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกตัดสิทธิด้วยเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาในองค์ประกอบอื่น จึงขอให้สบายใจได้

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมไม่เคยทักท้วงหลักเกณฑ์ จนประชาชนออกร้องเรียน หากหลังจากนี้มีการร้องเรียนอีก จะมีการปรับหลักเกณฑ์ไปเรื่อย ๆ หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งหมดเกิดจากสภาพที่พบปัญหา หลักเกณฑ์มีความครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น แต่พอเข้ามาถึงการปฏิบัติก็พบปัญหาปลีกย่อยขึ้นมา แต่สิ่งที่เราทำตอนนี้ ไม่ใช่ขอให้แก้หรือปรับลดหลักเกณฑ์ แต่ขอปรับปรุงในรายละเอียดให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ และตอบโจทย์การดำเนินการให้มากขึ้น ต้องเรียนตามตรงว่า วิถีชีวิตของคนเมืองและคนชนบทมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอปรับเพื่อให้เข้ากับบริบทของเขาเท่านั้นเอง ส่วนเกณฑ์อายุรถ เราคิดว่ารถที่คิดจะค่าเสื่อมแล้ว มูลค่าการใช้งานพอสมควร อย่างไรก็ตาม จำนวนปีไม่ใช่ทั้งหมด สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสภาพตัวรถ จึงเป็นเกณฑ์การให้อุทธรณ์ บางกิจกรรมไม่สามารถตรวจสอบได้ในครั้งแรก ในทางปฏิบัติเราไม่มีทางรู้ได้เลย

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ขยายระยะเวลาในการอุทธรณ์สิทธิ์ออกไปถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาในการเตรียมข้อมูลหลักฐาน

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีร้องเรียนต่างๆที่ประชาชนขอทบทวน 2.9 ล้านราย ปัญหากว่าร้อยละ 40 เป็นกรณีการถือครองรถยนต์ จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากพิจารณา จะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น กระบวนการเหล่านี้จะเร่งให้ทันได้รับสิทธิ์ภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ในส่วนของกรมการปกครองมีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อยู่ในขั้นตอนได้รับทราบแล้วว่ามีทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิ และผู้ไม่ผ่านการพิจารณา ในส่วนของกรมการปกครอง ได้ดำเนินการ 3 เรื่อง ดังนี้ 1.การประสานงานกับจังหวัด และอำเภอทั่วประเทศ โดยเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของผู้ลงทะเบียน และผ่านการรับรองได้รับสิทธิแล้ว จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงเรื่องต้องมาตรวจสอบสิทธิ โดยเฉพาะสิทธิจะได้รับเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้า และน้ำประปา อีกกลุ่มไม่ผ่านการพิจารณาจะยังมีอีกตอนอุทธรณ์หรือขั้นตอนทบทวนสิทธิ กลุ่มนี้เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

2.การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงรัฐ โดยตั้งเป็น One Stop Service ศูนย์บริการที่อำเภอ ดังนั้นในส่วนของผู้ได้รับสิทธิจะลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิเพิ่มเติมที่ทางรัฐบาลมอบให้ และผู้ยังไม่ผ่านการพิจารณา สามารถไปแจ้งทบทวนสิทธิได้ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และ 3.อาจจะมีหลายท่านไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางจะใช้วิธีการเดิมคืออำเภอพึ่งได้ วันนี้จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำเภอ เจ้าหน้าที่องค์กกรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงไปรับเรื่องราวต่างๆในระดับพื้นที่ ถือว่าเป็นอีกบริการหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สำหรับประชาชนไม่มีความสะดวกในการเดินมาแจ้งยืนยันทบทวนสิทธิ์ ให้ฟังประกาศของทางราชการ

ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์จะใช้หอกระจายข่าว และเสียงตามสาย เรามั่นใจว่าจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้ท่านได้ได้รับดูข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารใหม่ ทั้งเรื่องการปรับการพิจารณ หรือระยะเวลาในการยื่นทบทวนที่จะขยายไปใหม่ ต้องรอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อออกมาอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นายนฤชา กล่าวว่า วันนี้ยังเกิดความสับสนในเรื่องข้อมูลในพื้นที่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในระดับพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางอำเภอรับเรื่อง และแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ทั้งหมด ส่วนอื่นๆ ต้องใช้บุคลากร และกลไกของกระทรวงมหาดไทย เรายินดีเป็นภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือ จะมีการบริการถึงพื้นที่เพื่อเป็นการลดภาระส่วนนี้ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจกรมการปกครอง และปลัดจังหวัดทุกจังหวัดได้ลงพื้นที่กำกับติดตามในเรื่องนี้ด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำงานในครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงด้วยดี