หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมเหล็กฯ ย...

สมาคมเหล็กฯ ย้ำ มอก.24 ต้องไม่เอื้อใคร ร้อง รมว.อุตฯ หนุน กมอ.เดินหน้าตามหลักกฎหมาย

21.07.26 | 04:27 น.

สมาคมเหล็กฯ ย้ำ มอก.24 ต้องไม่เอื้อใคร ร้อง รมว.อุตฯ หนุน กมอ.เดินหน้าตามหลักกฎหมาย

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ยื่นหนังสือถึง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้สนับสนุนการดำเนินการตามมติคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กรณีการพิจารณาร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.24) ฉบับใหม่ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังปรากฏการสื่อสารจากผู้มีส่วนได้เสียบางฝ่าย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อการใช้ดุลพินิจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

สมาคมฯ ระบุว่า ได้ติดตามการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตมาโดยตลอด และเห็นว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีสิทธิแสดงความคิดเห็นหรือเสนอข้อมูลต่อร่างมาตรฐานตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การดำเนินการควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักวิชาการ และเหตุผลที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ควรมีลักษณะที่อาจทำให้กรรมการหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่เกิดความหวั่นเกรง หรือขาดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต

ทั้งนี้ มติ กมอ. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เห็นชอบร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ โดยกำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อยต้องผลิตด้วยกระบวนการเตาเบสิกออกซิเจน (Basic Oxygen Furnace: BOF) หรือเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าเป็นการดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการหรือเทคโนโลยีการผลิตรายใดรายหนึ่ง

สมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อกำหนดในร่างมาตรฐานฉบับใหม่สอดคล้องกับแนวทางมาตรฐานสากลของหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร รวมถึงมาตรฐาน ISO โดยเฉพาะมาตรฐานของจีนที่กำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องผ่านกระบวนการผลิตด้วย BOF หรือ EAF พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้พิจารณาข้อมูลทางวิชาการและผลการศึกษาจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAISI) รวมถึงผลการศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประกอบการกำหนดมาตรฐาน

“ไม่ได้มีเจตนากีดกันผู้ประกอบการหรือเทคโนโลยีการผลิตใด แต่เห็นว่าผู้ผลิต ทุกกลุ่มควรแข่งขันภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยเดียวกัน โดยการกำหนดมาตรฐานต้อง อาศัยข้อมูลเชิงวิชาการ หลักฐานเชิงประจักษ์ และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ” สมาคมฯ กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนการดำเนินการตามมติ กมอ. เกี่ยวกับร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องตามกรอบกฎหมาย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่คณะ กรรมการ ข้าราชการ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างอิสระ และเป็น ธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และเสริมสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว