ดีอีอัดยาแรง ปลัดชูประกาศใหม่ เร่งฟันสแกมเมอร์ -ปิด URL ผิดกฎหมายแล้ว 8.8 แสนรายการ
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ภายหลังประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้ จะช่วยยกระดับกลไกการระงับและปิดกั้น URL ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายให้ดำเนินการได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายพชร กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวออกตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ภัยออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงฯ สามารถยื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งระงับหรือปิดกั้น URL ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายได้โดยเร็ว พร้อมรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทราบโดยเร็ว
ทั้งนี้ ประกาศฉบับใหม่ได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากปริมาณ URL ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นจากระดับหลักหมื่นเป็นหลักล้านรายการ จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานแบบ Fast-track และวางมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่ชัดเจน ร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจากต่างประเทศ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ภายในประเทศ เพื่อให้สามารถระงับเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลในกรณีที่พบการกระทำผิดอย่างชัดเจน
นายพชร ระบุว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุมภัยออนไลน์ทุกรูปแบบ อาทิ บัญชีม้า การหลอกลงทุนผ่านเทคโนโลยี DeepFake การโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการหลอกลวงผ่านข้อความ SMS และแอปพลิเคชันต่างๆ สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 กระทรวงดีอีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ได้ดำเนินการระงับและปิดกั้น URL ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายแล้วทั้งสิ้น 883,012 รายการ โดยประเภทที่มีการปิดกั้นมากที่สุดคือเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งดำเนินการตามคำสั่งศาลแล้วกว่า 600,000 URL
“ประกาศกระทรวงฯ ฉบับใหม่นี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญทางกฎหมายที่ช่วยให้การปิดกั้น URL ผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวัน เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ช่วยยับยั้งไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับการทำธุรกิจและธุรกรรมออนไลน์ของประชาชนและผู้ประกอบการ” นายพชร กล่าว


