หน้าแรก เศรษฐกิจ วราวุธ เยี่ยม...

วราวุธ เยี่ยมนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เร่งส่งเสริมใช้พลาสติกชีวภาพในประเทศ

22.07.26 | 15:13 น.

วราวุธ เยี่ยมนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เร่งส่งเสริมใช้พลาสติกชีวภาพในประเทศ

=วราวุธเยี่ยมนครสวรรค์ไบโอฯ

ที่โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ที่ ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ พร้อมด้วย นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย ปีพ.ศ. 2561-2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ซึ่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โครงการนี้บริหารงานโดยบริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเทรียล จำกัด (GKBI) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กับ บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS

นายวราวุธ กล่าวว่า โครงการประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ 1.อุตสาหกรรมฐานชีวภาพเบื้องต้น ได้แก่ โรงหีบอ้อย มีกำลังการผลิตและหีบอ้อยอยู่ที่ 24,000 ตันต่อวัน โรงงานผลิตเอทานอลจากอ้อย กำลังการผลิต 600,000 ลิตรต่อวัน และยังมีโรงไฟฟ้าชีวมวลและไอน้ำความดันสูง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 85 เมกะวัตต์ และ 2.อุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรไทย ได้แก่ โรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ โดย NatureWorks ซึ่งผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพประเภท PLA (Polylactic Acid) ใช้น้ำตาลจากอ้อย 100% มาแปรรูปเป็นสาร Lactic Acid และเข้าสู่กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกย่อยสลายได้ กำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี นับเป็นโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งที่ 2 ของโลก โดยโรงงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองแบลร์ รัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลัก ทั้งนี้ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการนวัตกรรม การลงทุน และจุดแข็งด้านการเกษตรของประเทศไทย ซึ่งการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตชีวภาพและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของภูมิภาค

=เร่งส่งเสริมใช้พลาสติกชีวภาพ

Advertisement

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้ามาตรการส่งเสริมการใช้พลาสติกชีวภาพภายในประเทศให้มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยอุตสาหกรรมนี้ให้แข็งแกร่ง แต่ยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของอาเซียน รวมทั้งยังช่วยยกระดับราคาอ้อยและน้ำตาลของไทยให้มีเสถียรภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระยะยาว

นายวราวุธ กล่าวว่า การผลักดันอุตสาหกรรมชีวภาพมูลค่าสูงเป็นเป็นสิ่งที่ สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) การตั้งโรงงานผลิตอุตสาหกรรมชีวภาพ ถือเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวัตถุดิบด้านพลังงานจากต่างถิ่น หรือจากสถานการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ที่ทำให้ต้นทุนการนำเข้าทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้น วันนี้เราสามารถใช้ผลผลิตทางการเกษตร เราใช้อ้อย ใช้มันสำปะหลังทดแทนได้ ถือเป็นทิศทางที่ดี ก็จะผลักดันและพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชีวภาพของไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก