หน้าแรก เศรษฐกิจ 22 ก.ค. วันมะ...

22 ก.ค. วันมะม่วงแห่งชาติ เปิดชื่อ 13 มะม่วง GI ไทย จาก 9 จังหวัดทั่วไทย มูลค่าสูงสุด

22.07.26 | 15:31 น.

วันมะม่วงแห่งชาติ 22 ก.ค. พณ. ชวนอุดหนุน 13 มะม่วง GI ไทย ดันมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 1 พันล้าน
​​
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมฯ ในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นเครื่องมือยกระดับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยสอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าไทย และผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

มะม่วง GI ไทย ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการใช้ระบบ GI ในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น

ดังนั้น ในโอกาสวันมะม่วงแห่งชาติ 22 กรกฎาคมของทุกปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุน มะม่วง GI และเลือกซื้อสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อส่งเสริมเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมส่งต่ออัตลักษณ์สินค้าเกษตรไทยสู่โอกาสทางการค้าใหม่ๆ สร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และร่วมผลักดันมะม่วงไทยให้เป็นสินค้าเกษตรคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ปัจจุบันประเทศไทยมี มะม่วง GI 13 รายการ จาก 9 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,066 ล้านบาท ในปี 2568 ได้แก่

ภาคเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก

Advertisement

ภาคกลาง มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮดขอนแก่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) ภาคตะวันออก มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และภาคใต้ มะม่วงเบาสงขลา ล้วนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก

นอกจากนี้ ยังมีสินค้ามะม่วงอีก 3 รายการ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน GI ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้หนองวัวซอ (อุดรธานี) และมะม่วงบ้านมาบเหียงปราจีน

สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของเกษตรกรและชุมชนในการนำระบบ GI มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรท้องถิ่น

สำหรับ 5 อันดับมะม่วง GI ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ 1. มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก 767.18 ล้านบาท 2. มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว 171.15 ล้านบาท 3. มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) 33.311 ล้านบาท 4. มะม่วงขายตึกแปดริ้ว 10.436 ล้านบาท และ 5. มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่ากว่า 7.2 ล้านบาท

สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรไทย

นางอรมน กล่าวว่า กรมคงเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การยกระดับระบบควบคุมคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ไปจนถึงการขยายช่องทางตลาดผ่านกิจกรรมและงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงสินค้ากับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดชั้นนำ ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ GI

นอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดสินค้า GI สู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์และใช้มะม่วง GI เป็นวัตถุดิบในเมนูสร้างสรรค์ อาทิ เครื่องดื่ม ขนมหวาน ผลไม้อบแห้ง ไอศกรีม ซอส และผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภค เชื่อมโยงกับธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน