หน้าแรก เศรษฐกิจ กรุงศรี เผยกา...

กรุงศรี เผยการเมืองนิ่งหนุนเงินทุนไหลเข้า ห่วงหนี้ครัวเรือน-ข้อจำกัดทางการคลัง โจทย์ใหญ่ศก.ไทย

22.07.26 | 17:41 น.

ธ.กรุงศรี เผยการเมืองนิ่งหนุนเงินทุนไหลเข้า คาดบาทผันผวนตามน้ำมัน-เฟด ห่วงหนี้ครัวเรือน-ข้อจำกัดทางการคลัง โจทย์ใหญ่ ศก.ไทย

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเพลินจิต น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมัน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงินบาท โดยช่วงครึ่งแรกของปีเงินบาทได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นและกดดันดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันไม่ปรับตัวขึ้นแรง และเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ค่าเงินบาทก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569

“ตอนนี้เงินบาทไม่ได้เคลื่อนไหวจากปัจจัยดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด กระแสเงินทุน และการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย ไม่ได้เป็นตัวกำหนดค่าเงินทั้งหมด การที่เงินทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย หลังขายสุทธิต่อเนื่องหลายปี ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงค่าเงินบาท สะท้อนมุมมองต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง” น.ส.รุ่งกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในขณะช่วง 5 เดือนแรกของปี ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดราว 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเร่งนำเข้าน้ำมันเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน แต่คาดว่าสถานการณ์จะทยอยปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากแรงหนุนของการส่งออกและภาคท่องเที่ยว

น.ส.รุ่งกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายไทย คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1% เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะนี้มาจากด้านต้นทุน โดยเฉพาะพลังงาน มากกว่าปัจจัยด้านอุปสงค์ ขณะที่ประเด็นคุณภาพสินทรัพย์และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบธนาคาร แม้มีความกังวลจากหลายฝ่าย แต่เป็นคนละประเด็นกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย โดยมองว่าภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังสามารถใช้มาตรการเฉพาะจุดเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางได้ มากกว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพิ่มเติม

น.ส.รุ่งกล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือน แม้สัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะทยอยลดลง แต่ปัจจัยสำคัญคือเศรษฐกิจต้องขยายตัวเพราะหากจีดีพีเติบโต สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะลดลงตามธรรมชาติ ขณะที่การลดดอกเบี้ยลงต่ำเกินไปอาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว เนื่องจากอาจจูงใจให้เกิดการก่อหนี้เพิ่มขึ้นและส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต

Advertisement

น.ส.รุ่งกล่าวต่อว่า ส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับที่สามารถรองรับการนำเข้าได้ประมาณ 6 เดือน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้ลดลงจากช่วงก่อนหน้า เนื่องจากมีจังหวะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าดูแลความผันผวนของตลาด ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดคือสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก หากปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจะเพิ่มแรงกดดันทั้งต่อค่าเงินบาท เงินเฟ้อ และต้นทุนเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะและข้อจำกัดทางฐานะการคลังยังเป็นโจทย์สำคัญ เพราะพื้นที่ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำกัด จึงต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง

น.ส.รุ่งมองว่า การสร้างการเติบโตระยะยาวของไทยยังต้องอาศัยการลงทุนใหม่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และ Cloud Service รวมถึงการย้ายฐานการผลิตตามยุทธศาสตร์ China Plus One ซึ่งมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะกลาง ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือนระดับสูง ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทั้งนี้ เงินบาทจะยังผันผวนตามราคาน้ำมัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ส่วนระดับค่าเงินบาทในปัจจุบันยังถือว่าเอื้อต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ไม่ได้แข็งค่าจนกระทบความสามารถในการแข่งขันเหมือนช่วงที่เงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ