หน้าแรก เศรษฐกิจ ผ่าโจทย์ท่องเ...

ผ่าโจทย์ท่องเที่ยวใหม่ สลัดภาพจำเดิม ทีเอชเอกางแผนฟื้นเครื่องยนต์หลัก ศก.ไทย

23.07.26 | 04:33 น.

ผ่าโจทย์ท่องเที่ยวใหม่ สลัดภาพจำเดิม ทีเอชเอกางแผนฟื้นเครื่องยนต์หลัก ศก.ไทย

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศไทย แต่ต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่การท่องเที่ยวใหม่ที่มีเสน่ห์มากกว่าเดิม โดยต้องเร่งแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกในการเดินหน้าทางประเทศ โดยเฉพาะความล่าช้าในขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ณ สนามบิน ซึ่งถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขคือ เพราะเปรียบเสบียงด่านแรกที่เป็นอุปสรรคสำคัญ หัวใจสำคัญของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะแรกคือ การทำให้การท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากที่สุด

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง 55 จังหวัด ถือเป็นทางที่ถูกต้องในการกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติไปให้ทั่วประเทศไทยมากขึ้น แต่ต้องทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นการสร้างความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวไฮไลท์ ซึ่งเน้นย้ำว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องสามารถเดินทางไปเองได้เหมือนการใช้รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ รัฐต้องเร่งจัดระบบขนส่งที่เชื่อมโยงจากเมืองหลักไปสู่จุดหมายปลายทางในเมืองรองให้ชัดเจน เพราะต้องยอมรับว่า ในบางแหล่งท่องเที่ยวแม้เป็นจุดที่เริ่มฮิตติดตลาดมากแล้ว แต่การเดินทางไปท่องเที่ยวยังคงไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แม้แต่คนไทยเดินทางไปเที่ยวเองด้วย

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า การควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานภาครัฐอย่างแน่นอน โดยจะเป็นการพยายามผนวกงานด้านการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยมีความคาดหวังว่าจะเกิดการการทำงานร่วมกัน (Synergy) ในรูปแบบการเกื้อหนุนกันเพื่อผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของไทยสอดประสานกับการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ตอนนี้ยังมีข้อกังวลว่า การเปลี่ยนโครงสร้างอาจทำให้งบประมาณและการบริหารจัดการเกิดการสะดุดขึ้น ทำให้โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ซอฟต์พาวเวอร์ และวัฒนธรรมสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การประชาสัมพันธ์ หรือการจัดอีเวนต์เท่านั้น แต่ต้องมีโครงการความร่วมมือที่ชัดเจนเพื่อกระตุ้นทั้งสองฝั่งให้เติบโตไปพร้อมกัน

“เครื่องยนต์สุดท้ายที่ยังทำงาน ในวันที่ภาคการผลิตและการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไปมากจากการขยายตัวของจีน การท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ที่มีคุณภาพและหาตัวตายตัวแทนได้ยากในขณะนี้ แม้การแข่งขันในตลาดโลกจะดุเดือด แต่สิ่งสำคัญกว่าการรักษาอันดับ Top of Mind หรืออันดับในใจต้นๆ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือการรักษาระดับรายได้ และจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้ลดลง โดยหากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและสามารถพยุงอุตสาหกรรมในประเทศได้ ก็ถือเป็นระดับที่ยอมรับได้ แม้ประเทศอื่นอาจก้าวขึ้นมาแซงในแง่ของอันดับจุดหมายปลายทางต้นๆ ในใจ” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า กลยุทธ์การเดินหน้าธุรกิจของเอกชนผู้ประกอบการโรงแรม ต้องทำมาตรฐานให้สูง สอดไส้อัตลักษณ์ไทยเข้าไปในทุกมิติ ตั้งแต่การตกแต่งจนถึงการบริการจากบุคลากร ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไทยทำได้ดีกว่าประเทศคู่แข่ง อาทิ จีนที่โรงแรมส่วนใหญ่ยังเน้นความเป็นสากล (International) จนขาดเสน่ห์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันก็คาดหวังเห็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตคือ การที่ภาครัฐส่งเสริมมาตรการจูงใจให้เอกชนทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยรัฐบาลอาจไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด แต่ต้องสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกิดการสร้างแหล่งท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์คใหม่ๆ ที่มีความโดดเด่นระดับโลก (Wow Project) เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไปอีกขั้นท่ามกลางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ดุเดือดในประเทศคู่แข่ง

Advertisement