หน้าแรก เศรษฐกิจ กอบศักดิ์ เชื...

กอบศักดิ์ เชื่อดึงจีนลงทุนในไทยหนุนจีดีพโตแตะ 5% หนุนสร้างท่าเรืออัพเกรดโครงสร้างพื้นฐาน

23.07.26 | 06:17 น.

กอบศักดิ์ เชื่อดึงจีนลงทุนในไทยหนุนจีดีพโตแตะ 5% หนุนสร้างท่าเรืออัพเกรดโครงสร้างพื้นฐาน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนในปัจจุบันนี้ เห็นเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มาสู่ประเทศไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งมีสัดส่วนอาจเกินกว่าครึ่งหนึ่งของเอฟดีไอทั้งหมด โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบาย China Plus One และปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้แบบพุ่งพรวดถึง 5% ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากการโหมลงทุนของจีนในขณะนี้ เมื่อโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลัก (Engine) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีโอกาสเห็นตัวเลขการเติบโตที่ระดับ 4.5-5% ได้ไม่ยากนัก

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การที่ธนาคารมีสาขาอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างเมืองฉงชิ่ง จีนตะวันตก ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงนักธุรกิจจีนที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการเชื่อมต่อของรถไฟความเร็วสูงจากลาวมาถึงคุนหมิง โดยรูปแบบการลงทุนของบริษัทข้ามชาติจีน อาทิ บีวายดี ในช่วงแรกจะใช้เงินทุนจากบริษัทแม่หรือธนาคารจีนเป็นหลัก แต่เมื่อธุรกิจเริ่มตั้งตัวได้และเข้าสู่เฟสที่ 2 จะมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) สินเชื่อเพื่อการค้า (Trade Finance) และบริการทางการเงินต่างๆ ในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสของธนาคารท้องถิ่นที่จะเข้าไปสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจเหล่านั้น

“กรณีความกังวลการเข้ามาจัดตั้งโรงงานหรือฐานการผลิตในประเทศไทย แต่ไม่ได้ใช้แรงงานไทย หรือโรงงานศูนย์เหรียญนั้น จากข้อมูลพบว่าไม่เป็นความจริง โดยยกตัวอย่างกรณีของบีวายดี ที่ปัจจุบันมีการจ้างงานคนงานถึง 6,000 คนในเฟสแรก และที่สำคัญคือ 95% ของพนักงานเป็นคนไทย ซึ่งส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในประเทศ โดยมีลูกค้านักธุรกิจไทยจำนวนมากที่ได้อานิสงส์จากการผลิตตัวถังและชิ้นส่วนต่างๆ ให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของจีน” นายกอบศักดิ์ กล่าว

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว ยุคเทคโนโลยีญี่ปุ่นกำลังหมดยุคลงแล้ว โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากค่ายญี่ปุ่นมาสู่ค่ายจีน ซึ่งไทยต้องเร่งจับเทรนด์นี้ให้ได้ เนื่องจากเทคโนโลยีเดิมของญี่ปุ่นเริ่มอยู่ในช่วงขาลง และปัจจุบันจีนมีความโดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี อีวี โซลาร์เซลล์ และล่าสุดคือ เอไอ โดยจีนเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในการกระจายสินค้าและเทคโนโลยีสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยสิ่งที่น่ากังวลคือ อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทยที่ต้องแข่งกับทุนจีน หากยังฝืนใช้เทคโนโลยีเดิมหรือโรงงานรูปแบบเดิมที่ใช้มานานกว่า 30 ปี จะไม่สามารถแข่งขันได้ เปรียบเสมือนรถยนต์ที่ใช้งานมานาน 10 ปีก็ต้องเปลี่ยนคันใหม่ โรงงานก็เช่นกัน ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการไทยต้องรีเฟรชเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการเสนอความเห็นสอดคล้องกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ระบุถึงการปรับโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกให้สำเร็จก่อนแทนการทำทั้งโครงการ เนื่องจากหากมีท่าเรือที่เหมาะสมทางฝั่งตะวันตก จะช่วยให้นักลงทุนจากจีนตะวันตก อาทิ ฉงชิ่ง และเฉิงตู สามารถส่งออกสินค้าผ่านไทยทะลุไปสู่ตลาดอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรปได้โดยตรง ไม่ต้องอ้อมไปทางท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งได้อย่างมหาศาล และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ประสบความสำเร็จ
//////

Advertisement